ความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นในใจลู่หลิงเซียวทั้งหมดพลันแหลกลาญพร้อมกับประโยคสุดท้ายของนาง
เขามองนางอย่างไม่อยากจะเชื่อ ริมฝีปากแห้งผากขยับพะงาบๆ อยู่หลายที “เจ้า…เจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่มาตลอด…ก็เพื่อเงินน่ะหรือ”
เมิ่งเชียนเชียนมองผ้าห่มบนร่างเขา “และเพราะห่วงแผลของท่านพี่ด้วย”
ลู่หลิงเซียวหลับตาลง “ในที่สุดเจ้าก็มีน้ำ…”
เมิ่งเชียนเชียนโคลงศีรษะ “ไม่เช่นนั้นหากท่านพี่ตายไป ใครจะคืนเงินข้าเล่า”
ลู่หลิงเซียวหายใจแทบไม่ออก อดกลั้นจนหน้าม่วงหมดแล้ว เขาคำรามเสียงต่ำว่า “เมิ่งซื่อ!”
เมิ่งเชียนเชียนไม่เดือดดาลแม้แต่น้อย โบกมือข้างหนึ่งไปคว้าลูกคิดมาอย่างรื่นไหล “ท่านพี่มีแรงโมโหเต็มเปี่ยม ดูท่าจะฟื้นตัวได้ไม่เลว ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาตรวจบัญชีกันดีกว่า หรือว่าท่านพี่ไม่ชอบดูบัญชี จะเชิญพ่อบ้านที่จวนมาก็ย่อมได้”
“ฮูหยินน้อย ข้าน้อยดูบัญชีเป็นขอรับ!”
เซิ่นเหยียนชะโงกหน้าเข้ามาจากนอกประตู
ลู่หลิงเซียวหน้าทะมึนทันที “เจ้าไสหัวออกไป!”
“ดุอะไรของเขา” เซิ่นเหยียนพึมพำออกมาจากเรือน
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มจาง “ไม่เรียกคนก็ไม่เป็นไร ข้าทำบัญชีไว้เรียบร้อยยิ่ง มองปราดเดียวก็เข้าใจเลย ท่านพี่แค่ดูก็จะเข้าใจทันที”
ลู่หลิง