รใหญ่ได้”
ชายวัยกลางคนอายุราวๆ สี่สิบปีถอนใจเอ่ยว่า “ลู่ฮูหยินเป็นสตรีที่ดีมีคุณธรรม จิตใจกว้างขวาง หากมีภรรยาเช่นนี้คงไม่ต้องการสิ่งใดแล้ว!”
……
“ถุย! คนดีมีคุณธรรมอะไรกัน”
ณ เรือนเฟิง ลี่ว์หลัวโมโหจนแทบอยากจะฉีกผ้าเช็ดหน้าในมือให้ขาด “นางไม่เคยคุกเข่าเลยด้วยซ้ำ! ทั้งๆ ที่คุกเข่าแล้วจะสามารถทำให้ท่านแม่ทัพโดนโบยน้อยลงมากแท้ๆ…นางมันสตรีใจดำ!”
หลินหว่านเอ๋อร์โบกมือให้สาวใช้ที่มารายงานข่าว
สาวใช้ถอยออกไปอย่างตัวสั่นงันงก
ลี่ว์หลัวกัดฟันกรอดเอ่ยว่า “คุณหนู เห็นๆ อยู่ว่าท่านเป็นคนช่วยท่านแม่ทัพ วันนี้ความดีความชอบกลับไปตกอยู่ที่ฮูหยินน้อย! คนในเมืองหลวงต่างกำลังชื่นชมนาง!”
หลินหว่านเอ๋อร์หลุบตาลง ทำมือว่า : ไปดูท่านแม่ทัพหน่อย
ลี่ว์หลัวข่มความน้อยใจต่อความไม่เป็นธรรมเอาไว้ “เจ้าค่ะ”
เพิ่งมาถึงหน้าห้องลู่หลิงเซียว สองนายบ่าวก็เจอกับลู่สิงโจวและลู่หมู่
ทั้งสองเบี่ยงกายหลีกทางให้ พร้อมกับคำนับหนหนึ่ง
ลู่หมู่ไม่สนใจหลินหว่านเอ๋อร์ นางเข้าไปในห้องโดยมีสาวใช้คอยประคอง
ลู่หลิงเซียวบาดเจ็บสาหัส หมอกำลังจัดการแผลให้เขา โลหิตกะละมังแล้วกะละมังเล่าถูกยกออกมา กลิ่นคาวโลหิตเข้มข้นชวนให้ลู่หมู่หน้ามืด