ย่ำค่ำ เมืองหลวงมีหิมะตกลงมาอีกหน ท้องฟ้าอึมครึมบรรยากาศเงียบสงัดสุดแสน
ถ่านหงหลัวในห้องกำลังเผาไหม้โชติช่วง เงาร่างสีม่วงนั่งเอกเขนกอย่างเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้กวนเม่าที่ปูด้วยหนังเสือ คิ้วตาอันเย็นชาถูกเปลวไฟขับให้ดูอบอุ่นขึ้นหลายส่วน
เมิ่งเชียนเชียนพลิกตัว ลืมตามาเห็นบุรุษนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สีหน้าราบเรียบราวกับน้ำในบ่อไร้คลื่นลม
นางค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งช้าๆ
ลู่หยวนพลิกหน้าบทละครในมือ “ไม่เห็นสนุกเลย อย่าให้ข้ารู้ว่าผู้เข้าสอบใดเป็นคนแต่งนะ ไม่เช่นนั้นจะไม่ให้เขาเข้าแม้แต่ก้งย่วน[1]”
ผู้บัญชาการใหญ่ท่านนี้ยังรู้เรื่องนี้ด้วยหรือนี่
เคราะห์ดีที่คนเขาใช้นามแฝง ไม่เช่นนั้นบัณฑิตผู้มีความสามารถมากมาย ที่จำเป็นต้องเขียนบทละครน้ำเน่าเพื่อหาเลี้ยงชีพผู้นี้ คงได้ขาดสอบอย่างไร้สาเหตุ แบบนั้นมันช่างอยุติธรรมยิ่งนัก
เมิ่งเชียนเชียนถามว่า “เจาเจาเล่า”
แอ้!
ศีรษะน้อยๆ สวมหมวกพยัคฆ์มุดออกมาจากในผ้าห่มนาง ตากลมโตดำขลับกะพริบปริบๆ มองนางอย่างตื่นเต้น
เมิ่งเชียนเชียนกระจ่างพลางยิ้ม “มุดเข้ามาในผ้าห่มข้าตั้งแต่เมื่อใด”
เป่าซูยื่นถุงน้ำอุ่นๆ ให้เมิ่งเชียนเชียน จากนั้นก็คลานดุ๊กดิ๊กเข้าสู่อ้อมแขนนาง ล้มตั