จ้าไปดูบะหมี่ไก่ฉีกทีว่าเสร็จหรือยัง บอกแม่นมด้วยว่าข้าอยากกินเผ็ด ให้นางตักน้ำมันพริกสองช้อน”
ปั้นซย่าถลึงตาใส่หลินหว่านเอ๋อร์ ก่อนแค่นเสียงขึ้นจมูกไปที่ห้องครัวเล็ก
เมิ่งเชียนเชียนกำลังกินรังนกอยู่
นางสวมเสื้อกันหนาวมีซับในตัวน้อยสีชมพู ดูมีชีวิตชีวาและสดใส ราวกับช่อดอกตูมแรกวสันต์
หลินหว่านเอ๋อร์มาหยุดตรงหน้าเมิ่งเชียนเชียน กาดตามองหมายจะหยิบพู่กันบนโต๊ะ
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยนิ่งๆ “อย่าแตะต้องของของข้า จะพูดอะไรก็พูดมา ข้ารู้ภาษามือ”
หลินหว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วอย่างฉงน ใช้ภาษามือสื่อว่า : ลู่หลัง[2]ถูกจับ
เมิ่งเชียนเชียนส่งเสียงอ้อ “ข้ารู้”
เห็นนางรู้ภาษามือจริงๆ หลินหว่านเอ๋อร์ยิ่งตกตะลึง
เมิ่งเชียนเชียนใช้ช้อนคนรังนกแดงในชาม ถามนิ่งๆ ว่า “ไม่เสแสร้งแล้ว?”
หลินหว่านเอ๋อร์หันหน้าหนีอย่างเย็นชา ครู่ต่อมา นางปรับอารมณ์ครู่หนึ่ง ทำมือสื่อว่า : เจ้าไม่เป็นห่วงลู่หลังสักนิดเลยหรือ
เมิ่งเชียนเชียน “ไยข้าต้องเป็นห่วงด้วย”
หลินหว่านเอ๋อร์ : เขาเป็นสามีเจ้า
เมิ่งเชียนเชียนหัวเราะ “ตอนนี้นึกได้แล้วหรือว่าเขาเป็นสามีข้า ทีตอนสบายดีกลับลืมเสียสนิท”
หลินหว่านเอ๋อร์กำหมัด
นางทำมือว่า : หากเขาตาย เจ