ครึ่งเค่อต่อมา
ลู่หลิงเซียวก็ออกมาจากคุกใต้ดิน ทอดมองจันทราบดบังเมฆดำบนนภาเหนือศีรษะ แววตาเย็นชาขึ้น
ความอวดดีและความเหี้ยมโหดของผู้บัญชาการใหญ่คนนี้ มากกว่าที่ลือกันสิบเท่า ร้อยเท่า
ต้าโจวมีขุนนางโฉดเช่นนี้ เป็นภัยร้ายใหญ่หลวง ต้องรีบกำจัดหายนะนี้ให้ราชสำนักและฝ่าบาทโดยเร็วที่สุด
เมื่อลู่หลิงเซียวขึ้นรถม้า เมิ่งเชียนเชียนก็อยู่ด้านในแล้ว
นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคุกใต้ดิน เขาก็อึดอัดคับอก แต่กลับไม่อาจเอ่ยระบายกับนางได้ อย่างไรเสียนางก็เป็นเพียงสตรีออกเรือนในห้องหับ ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้สักนิด
เขานั่งลงตรงข้ามเมิ่งเชียนเชียน
เมิ่งเชียนเชียนไม่ได้มองเขา เพียงนั่งเงียบๆ อยู่ตรงนั้น คล้ายไม่คิดจะสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
ลู่หลิงเซียวพินิจนางตั้งแต่หัวจรดเท้ารอบหนึ่ง พบว่านางเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกแล้ว ทว่ามีบทเรียนเมื่อคราก่อน ครานี้เขาจึงไม่ได้ซักถามอะไร
“วันนี้…เสียขวัญแล้วกระมัง”
เมิ่งเชียนเชียนไม่สนใจเขา
“บาดเจ็บหรือไม่”
ลู่หลิงเซียวถามต่อ
เมิ่งเชียนเชียนยังคงไม่สนใจ
ลู่หลิงเซียวเอ่ย “ท่านแม่เป็นห่วงเจ้ามาก ท่านย่าก็ถามว่าเจ้าไปไหน ไยยังไม่กลับ”
เมิ่งเชียนเชียนยังคงไม่พูดไม่จา
ลู่หลิ