งเซียวขมวดคิ้ว “เจ้าพูดอะไรหน่อยสิ”
เมิ่งเชียนเชียนหันมองเขาอย่างเย็นชา “ท่านพี่อยากให้ข้าพูดอะไรล่ะ พูดว่าข้าสบายดี พูดว่าข้าประสบเหตุร้ายแต่ไม่เป็นอันตราย พูดว่าสายลับเป่ยเหลียงเกือบจะฆ่าข้า พูดว่าอาวุธลับขององครักษ์เสื้อแพรเกือบตัดข้าเป็นสองท่อน! หรือให้พูดว่า สามีของข้าพูดปาวๆ ว่าจะมาช่วยข้า กลับต้องรอจนฟ้ามืดแล้วจึงได้มา หากผู้บัญชาการใหญ่สงสัยข้าแม้เพียงนิด เกรงว่ามาเก็บศพข้า ท่านพี่คงเร่งรุดมาไม่ทันศพอุ่นๆ อยู่!”
“อ่า ก็ไม่แปลกหรอก ท่านพี่เป็นคนส่งข้าไปให้พวกเป่ยเหลียงต่อหน้าธารกำนัลทั้งหลายเองด้วยซ้ำ! ข้าไม่ตาย ท่านพี่ก็มิอาจอยู่ร่วมกันกับนางในดวงใจได้ เสียดายมากเลยใช่หรือไม่”
“เมิ่งซื่อ!”
ลู่หลิงเซียวโมโหจนผุดลุกพรวดขึ้น เขาลืมไปว่านี่เป็นรถม้า จึงกระแทกกับเพดานรถเสียงดังปั้ก เจ็บเสียจนหน้ากระตุก ก่อนจะกัดฟันนั่งลง
“ข้าส่งเจ้าให้พวกเป่ยเหลียงตั้งแต่เมื่อใด เจ้าหยุดพูดจาเหลวไหลเลื่อนเปื้อนได้แล้ว! หว่านเอ๋อร์นางกำลังตั้งครรภ์ หากไม่ช่วยนาง นางอาจจะตายทั้งแม่ทั้งลูก! อีกอย่าง นางก็อยู่ใกล้ข้ามากกว่า…”
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มนิ่งๆ “พานางไปเพลิดเพลินกับสถานะของข้าที่จวนผู้บัญชาการประจ