าเล่า”
แววตานางกระจ่างใสและราบเรียบ ทว่าประหนึ่งดาบคมกริบเล่มหนึ่งที่เจือประกายเย็นเยียบวาววับ ทำเอามองตรงๆ ไม่ได้
ลู่หลิงเซียวเบนสายตาหนี สองมือเท้าหัวเข่าเอ่ยเสียงเบาว่า “ไยเจ้าเอ่ยถึงเรื่องเงินขึ้นมาอีกแล้ว”
ที่แท้ในสายตาบุรุษผู้นี้ สิ่งที่เขาติดค้างนางมีเพียงเงินทองเท่านั้น
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ไม่พูดเรื่องเงิน จะให้พูดเรื่องความรักฉันสามีภรรยาของเราแทนหรือ เกรงว่าท่านแม่ทัพคงลืมไป ท่านกับน้องไม่เคยมี”
ลู่หลิงเซียวเอ่ยเสียงขรึม “ให้เจ้าจ่ายไปก่อนมิใช่หรือ รอบำเหน็จรางวัลของฝ่าบาทมาถึง คืนให้เจ้าก็สิ้นเรื่องแล้ว!”
“เช่นนั้นก็ดี กลับไปข้าจะให้คนส่งสมุดบัญชีไปให้ท่านพี่ ท่านพี่โปรดอย่าได้คืนคำ คืนสินเจ้าสาวของน้องมาโดยเร็ว!”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยจบ รถม้าก็มาถึงตระกูลลู่ นางเลิกม่านขึ้น ลงรถไปโดยไม่เหลียวกลับมา
ลู่หลิงเซียวโมโหจนหน้าหงาย
ช่างเถิด!
วันนี้นางได้รับความไม่เป็นธรรม ระบายอารมณ์ก็ปล่อยนางระบายไป
หลังจากลู่หลิงเซียวกลับถึงจวน ก็ไปแจ้งลู่หมู่ว่าปลอดภัยแล้ว จากนั้นก็ไปพบลู่สิงโจวที่ห้องหนังสือ
เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นภายในคุกใต้ดินให้ฟังอย่างไม่มีขาดตก รวมถึงตอนที่ได้ยินว่าสายลับ