์กำลังพาลี่ว์หลัวเลือกแป้งชาดชั้นดีหลายกล่อง หลินหว่านเอ๋อร์ก็สวมผ้าคลุมหน้าเช่นกัน เพียงแต่ว่าคนที่รู้จักนางก็ยังจดจำได้ในปราดเดียว
ปั้นซย่าแค่นเสียงเอ่ย “ตั้งครรภ์อยู่ยังจะทาแป้งชาด ปีศาจจิ้งจอก! คุณหนู พวกเราจะเข้าไปหรือไม่เจ้าคะ”
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มจางๆ “เหตุใดจะไม่เข้าเล่า ข้าเป็นภรรยาเอก คนที่ต้องหลบคือนาง”
ปั้นซย่ายืดอกขึ้น “ก็จริง!”
ทั้งคู่เข้าไปในร้าน
“ลู่ฮูหยิน?”
เสียงดีใจของสตรีดังขึ้นด้านหลัง
เมิ่งเชียนเชียนชะงักเล็กน้อย กำลังคิดจะดูว่าเป็นผู้ใด และเรียกตนใช่หรือไม่ ก็เห็นฮูหยินคนหนึ่ง อายุสามสิบต้นๆ อาภรณ์หรูหรา ประดับมุกและอัญมณีระยิบระยับ เดินผ่านข้างกายตนไปตบบ่าหลินหว่านเอ๋อร์
หลินหว่านเอ๋อร์หันกลับมา
หวังฮูหยินยิ้มเอ่ย “ข้าว่าแล้วว่าต้องเป็นเจ้า เจอกันที่งานเลี้ยงจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงเมื่อคราก่อน ข้าอยู่ตระกูลอาลักษณ์หวัง เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่”
ขณะนั้นเอง ฮูหยินสองสามคนที่มาด้วยกันกับนางก็เข้ามาในร้าน
หนึ่งในนั้นมองหลินหว่านเอ๋อร์พลางถาม “หวังฮูหยิน ท่านนี้คือ…”
หวังฮูหยินดึงมือหลินหว่านเอ๋อร์มาจับ เอ่ยกับบรรดาฮูหยินว่า “นางคือภรรยาของแม่ทัพเจิ้นเป่ย ลู่ฮูหยิน