ดีนัก สามกระถาง อายุยังน้อยก็ขี้หนาวเพียงนี้แล้วรึ”
เขาแค่นเสียงเย็น กำลังจะนั่งลง กลับพบว่าเก้าอี้ข้างกายเมิ่งเชียนเชียนมีของวางเต็มไปหมด
เขาหันไปมองปั้นซย่า
ปั้นซย่าสะบัดหน้าหนีเดินออกไปแล้ว
เขาขมวดคิ้ว จำต้องนั่งม้านั่งที่ไม่สบายแทน
เมิ่งเชียนเชียนไม่สนใจเขา นางอ่านบทละครต่อ
ลู่หลิงเซียวมองนางแวบหนึ่ง ข่มความไม่พอใจเอาไว้ เอ่ยกับนางว่า “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังโกรธข้า แต่นี่มันก็ผ่านไปตั้งราตรีหนึ่งแล้ว ควรหายโกรธได้แล้ว”
เมิ่งเชียนเชียนถูกขัดอารมณ์อ่านบทละคร หว่างคิ้วมีความเย็นชาวาบผ่าน
นางใส่ที่คั่น ก่อนปิดบทละคร
“หมายความว่าผ่านไปตั้งหนึ่งราตรีควรหายโกรธได้แล้วอย่างนั้นหรือ ในสายตาท่านพี่ เรื่องที่เกิดขึ้น ขอแค่เจ้าแสร้งหูหนวกตาบอด ข้าก็สามารถหายเองได้ ไม่จำเป็นต้องอธิบายก็ปล่อยผ่านได้แล้วรึ”
ลู่หลิงเซียวไม่อยากถือสาเด็กสาวคนหนึ่ง “เรื่องเมื่อวานเป็นข้าเองที่คิดไม่รอบคอบ”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยนิ่งๆ “อธิบายลวกๆ เสียจริง”
ลู่หลิงเซียวผุดลุกพรวดขึ้นราวกับถูกเหยียบเท้าอย่างไรอย่างนั้น “เมิ่งซื่อ! เจ้าหยุดได้เปรียบแล้วไม่ยอมอภัยเสียที! ก็บอกว่าเป็นอุบัติเหตุ ข้าก็ไม่คิดเช่นกันว่าเจ้