ผู้บัญชาการใหญ่สุดท้ายก็ไปหยิบช้อนสะอาดจากโต๊ะแปดเซียนมา ‘ประทาน’ ให้นาง
เมิ่งเชียนเชียนอุ้มเจ้าหนูน้อยเข้าสู่อ้อมแขน พับผ้าสะอาดมารองใต้คางของนาง จากนั้นใช้ฝั่งด้ามจับของช้อนกระเบื้องค่อยๆ ป้อนให้นางช้าๆ
เจ้าหนูน้อยอ้าปากเล็กๆ ออก งับกินเหมือนแทบอดรนทนไม่ไหวแล้ว
ลู่หยวนเห็นเจ้าหนูน้อยกินจริงๆ ดวงตาเรียวยาวจึงหรี่ลงเล็กน้อย คล้ายค่อนข้างประหลาดใจ
“เคยเลี้ยงเด็กรึ”
เขาถามอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ที่บ้านมีน้องชายคนหนึ่ง”
ลู่หยวนยกสองมือขึ้นกอดอก มองนางอย่างเกียจคร้าน “น้องชายเจ้าเมิ่งหล่าง อายุน้อยกว่าเจ้าแค่ปีเดียว”
นึกไม่ถึงว่าเขาจะเรียกชื่อน้องชายนางออกมาได้ถูกต้องแม่นยำ เกรงว่าลู่หลิงเซียวสามีนางยังไม่รู้ดีเท่าเขาเลยด้วยซ้ำ
มาคิดๆ ดูก็ไม่แปลก ผ่านไปไม่ทันจะครบวันเท่านั้น แต่บุรุษเหี้ยมที่สุดในใต้หล้าคนนี้สามารถพาเด็กมาหานางกลางดึกกลางดื่นได้ คงจะสืบไปถึงบรรพบุรุษของนางสิบแปดโคตรแล้วแน่ๆ
“ญาติผู้น้องเจ้าค่ะ” เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย
“ญาติผู้น้องก็ให้เจ้าเลี้ยง?”
“ข้ายินดีเลี้ยง”
เจ้าหนูน้อยดูดจุ๊บๆ อย่างเอร็ดอร่อย เดี๋ยวมองลู่หยวน เดี๋ยวมองเมิ่งเชียนเชียน ท่าทางเหมือนกำลังฟัง