ั้นซย่าตาเบิกโต “ข้ารั้งอยู่ แล้วคุณหนูของข้าเล่า”
ลู่หลิงเซียวเอ่ย “ข้าจะดูแลคุณหนูของเจ้าเอง”
หลินหว่านเอ๋อร์กระตุกแขนเสื้อเขา นางส่ายหน้าให้เขา ก่อนใช้สายตาบ่งบอกลี่ว์หลัวให้ลงจากรถ
ลี่ว์หลัวบ่นว่า “คุณหนู ท่านตั้งครรภ์อยู่จะให้ข้าวางใจอย่างไรเจ้าคะ”
หลินหว่านเอ๋อร์ทำภาษามือ : ร้านอยู่ไม่ไกล เจ้าเดินไป
ลี่ว์หลัวลงจากรถอย่างไม่ยินยอม
ปั้นซย่ายักคิ้ว “หึ!”
เมิ่งเชียนเชียนกับปั้นซย่าขึ้นมาบนรถ นั่งลงตรงข้ามลู่หลิงเซียวกับหลินหว่านเอ๋อร์
ระหว่างทาง ไม่มีใครเอ่ยอะไรสักคำ
เพียงไม่นาน รถม้าก็จอดลงหน้าร้านผ้าแห่งหนึ่ง
ลู่หลิงเซียวพยุงหลินหว่านเอ๋อร์ลงจากรถ
ปั้นซย่าร้อนใจขึ้นมา “ท่านเขย!”
ลู่หลิงเซียวทอดสายตามองเลยผ่านปั้นซย่าไปยังดวงหน้าเรียบเฉยของเมิ่งเชียนเชียน “ข้าจะเลือกผ้าเป็นเพื่อนหว่านเอ๋อร์สักครู่ รอลี่ว์หลัวมาแล้วจะไป”
“ท่านเขย ท่านเขย!”
ลู่หลิงเซียวจูงมือหลินหว่านเอ๋อร์เข้าไปในร้านอย่างหวานชื่น ท่ามกลางเสียงรั้งเรียกของปั้นซย่า
ปั้นซย่าโมโหจนน้ำตาร่วง
เมืองหลวงในยามเหมันต์เหน็บหนาวยิ่ง ลมหนาวยะเยือกดุจมีดโชยลอดใต้ผ้าม่านเข้ามา
เมิ่งเชียนเชียนเคยตกน้ำยามฝนฟ้าคะนอง ไ