ม่ได้ทำให้ปวดหัวและฝันร้ายเท่านั้น ยังกลายเป็นคนขี้หนาวเป็นพิเศษด้วย
มือเท้านางแทบจะแข็งรอมร่อ
สวรรค์ดันไร้เมตตา สายฟ้าสายหนึ่งเร้นวาบ ผ่าม่านนภามืดครึ้มเป็นช่อง ก่อนฝนเม็ดโตจะเทกระหน่ำลงมา
ในรถม้ามีร่มกระดาษน้ำมันเพียงคันเดียว เมื่อครู่ถูกลู่หลิงเซียวเอาไปแล้ว
ที่แท้เขาก็รู้ว่าอีกเดี๋ยวฝนจะตก
ปั้นซย่ามองเมิ่งเชียนเชียนที่ตัวเริ่มเย็นแข็ง นางปวดใจจนหลั่งน้ำตา “คุณหนู…”
เมิ่งเชียนเชียนสีหน้าราบเรียบ “หาที่หลบฝนก่อน อู่เกอร์ เจ้าก็หลบก่อนเถิด ไม่ต้องเฝ้ารถม้าแล้ว”
ม้าไม่กลัวฝน เปียกก็ไม่เป็นไร
ส่วนรถนั้น ในสายตาเมิ่งเชียนเชียน ไม่ได้สำคัญเท่าคนคนหนึ่ง
“ขอรับ ฮูหยินน้อย!” สารถีคำนับอย่างซาบซึ้ง
ชีวิตคนรับใช้เยี่ยงพวกเขานั้นไร้ค่า จะมีก็แต่ฮูหยินน้อยที่เห็นพวกเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง
ทั้งสองเข้ามาในร้านผ้า ลู่หลิงเซียวกับหลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว
ปั้นซย่ากับสารถีขอยืมร่มจากเถ้าแก่ร้าน ก่อนจะแยกกันไปตามหาลู่หลิงเซียว
เถ้าแก่ยิ้มแย้มถามว่า “แม่นาง สองคนเมื่อครู่นี้เป็นอะไรกับเจ้าหรือ รักใคร่หวานชื่นนัก!”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “สามีข้ากับอนุของเขา”
เถ้าแก่เบื้อใบ้ทันที