แม่นางหลินก็แล้วกัน”
ฮูหยินรองสีหน้าพลันเปลี่ยน “เชียนเชียน เจ้าอย่าเพิ่งโมโหไป เจ้าต่างหากที่เป็นภรรยาเอก! ไยต้องโกรธสตรีที่ไร้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งด้วยเล่า อาสะใภ้รองจะให้ท้ายเจ้าเอง! ต่อไปนี้ขนมกุ้ยฮวาของจวนล้วนเป็นของเจ้า! ไม่ว่าผู้ใดก็แย่งเจ้าไม่ได้!”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “อาสะใภ้รองบอกว่าแม่นางหลินเป็นทายาทของขุนนางผู้จงรักภักดีมิใช่หรือ”
ถ้อยคำนี้ ทำเอาฮูหยินรองสะอึกจนพูดอะไรไม่ออก
“ท่านย่ากับอาสะใภ้รองทานข้าวเถิด เชียนเชียนขอไปดูเหล่าไท่จวินก่อน”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยจบ ก็จากไปอย่างเยือกเย็น ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงสุดจะเปรียบของเหล่าฮูหยินกับฮูหยินรอง
พักใหญ่ทีเดียวเหล่าฮูหยินจึงได้สติขึ้นมา ตำหนิว่า “ชักจะใช้ไม่ได้ขึ้นทุกวันแล้ว! นี่คือลูกสะใภ้คนดีที่เจ้าอบรมสั่งสอนรึ!”
ลู่หมู่ไม่เอ่ยคำ
เหล่าฮูหยินไม่ชอบท่าทางเงียบขรึม ไม่พูดไม่จาเช่นนี้เป็นที่สุด “เพราะเจ้านั่นแหละ! ที่คืนกุญแจห้องคลังให้นางเพื่อการใด”
ลู่หมู่เอ่ยอย่างไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่งเกินไปว่า “เงินในห้องคลังเดิมทีก็เป็นสินเจ้าสาวของเชียนเชียนอยู่แล้ว อีกทั้งยังตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เชียนเชียนจะเป็นคนดูแลกุญแจ