“ฮูหยิน พ่อบ้านหลิวมีเรื่องจะคุยกับท่านเจ้าค่ะ”
เสียงแจ้งของสาวใช้ดังขึ้นนอกห้อง
กฎเหล็กของตระกูลลู่นั้น คือห้ามรบกวนเจ้านายทั้งหลายขณะกินข้าว เว้นแต่ว่าจะมีเรื่องด่วน
ลู่หมู่เอ่ยกับทั้งสองว่า “เชียนเชียน เจ้ากินกับหลิงเซียวไปก่อน ข้าจะไปจัดการธุระ”
หลังจากที่ลู่หมู่พาชุนเถาจากไป บนโต๊ะอาหารก็เหลือเพียงเมิ่งเชียนเชียนกับลู่หลิงเซียว
ทั้งคู่ไม่มีใครเอ่ยอะไร ภายในห้องจึงเงียบจนน่าตกใจ
“หากข้าถือสาล่ะ” เมิ่งเชียนเชียนโพล่งขึ้น
ลู่หลิงเซียวนึกได้ว่านางกำลังตอบคำถามของตนเมื่อครู่
เขาขมวดคิ้วเอ่ย “เจ้าเป็นฮูหยินน้อยของตระกูลลู่ ใช้ชีวิตมั่งคั่งฟุ้งเฟ้อในจวน อยากกินขนมกุ้ยฮวาเท่าใดคงไม่ยากกระมัง หว่านเอ๋อร์เติบโตมาในชายแดน เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลายปีมานี้นางลำบากตั้งเท่าใด”
เมิ่งเชียนเชียนหันมามองเขา ก่อนถามอย่างฉงนว่า “ข้าเป็นคนสร้างความลำบากให้นางหรือ หากมิใช่ ไยข้าต้องยอมให้นางด้วย”
ลู่หลิงเซียวสีหน้าทะมึน เขาวางตะเกียบเอ่ยว่า “ก็แค่ขนมกุ้ยฮวาจานเดียว กินของเจ้าไป ค่อยให้ห้องครัวทำใหม่อีกจานก็ได้ ไยต้องบีบคั้นกัดไม่ปล่อยด้วย”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “วันนี้นางแย่งขนมกุ้ยฮวาของข้าได้