วันหน้าก็คงแย่งขนมเกือกม้าของข้าได้ หากเป็นเช่นนี้ทุกวัน แล้วแต่นี้ต่อไปข้าอยากกินอะไร ล้วนต้องเก็บกินจากที่นางเหลือไว้อย่างนั้นหรือ”
ลู่หลิงเซียวเอ่ย “ตำแหน่งภรรยาเอกยกให้เจ้าไปแล้ว หว่านเอ๋อร์ก็แค่อยากกินขนมกุ้ยฮวาสักจาน หรือต้องดูสีหน้าเจ้าก่อนด้วย?”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ขอบพระคุณท่านพี่ที่ยังจำได้ว่าข้าคือภรรยาเอก ตั้งแต่โบราณมาอนุมีอยู่มีกินภายใต้ภรรยาเอก มีคนใดบ้างไม่ต้องดูสีหน้าภรรยาเอก”
ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิม “เจ้าอย่าพูดจาไม่น่าฟังเพียงนั้น…”
เมิ่งเชียนเชียนมองเขาอย่างจริงจัง “ประโยคใดไม่น่าฟังเล่า ที่บอกว่านางเป็นอนุ หรือที่บอกว่านางต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ข้า”
“หว่านเอ๋อร์มิใช่อนุ!”
“เช่นนั้นนางเป็นอะไร เมียน้อยนอกสมรส? สาวใช้ห้องข้าง?”
ลู่หลิงเซียววางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง “เมิ่งซื่อ!”
จู่ๆ ชุนเถาก็เลิกม่านเดินเข้ามา เอ่ยอย่างตระหนกว่า “คุณชายใหญ่! ฮูหยินน้อย! พวกท่านหยุดทะเลาะกันเถิด! ฮูหยินล้มเจ้าค่ะ!”
ทั้งสองรีบไปห้องโถงชั้นนอกที่ปกติลู่หมู่จะจัดการงานเบ็ดเตล็ดที่นี่
ลู่หมู่ถูกคนรับใช้ประคองมานั่งบนเก้าอี้
ลู่หลิงเซียวถามอย่างเป็นห่วงว่า “ท่านแม่ เกิดอะไรข