ึ้นขอรับ”
ลู่หมู่ข่มความเจ็บเอ่ยว่า “ย่าทวดกับท่านย่าของเจ้าไปวัดจุดธูปกับบ้านอารองมิใช่หรือ เดิมควรจะพักอยู่สองสามวัน ข้าให้พ่อบ้านหลิวไปที่วัด เพื่อแจ้งข่าวของเจ้าให้พวกเขาฟัง พวกเขาก็เร่งรุดมาบ้านกันตั้งแต่เช้า ระหว่างทางย่าทวดเจ้าอาการกำเริบ ข้ารีบร้อนไปรับนาง จึงสะดุดล้ม”
เมิ่งเชียนเชียนย่อตัวลง ลองบีบเท้าของลู่หมู่ดู “ขาแพลง แต่กระดูกไม่ได้หัก”
ลู่หลิงเซียวก็ลองกดดูเช่นกัน เป็นดังที่นางว่าจริงๆ
“ท่านแม่ ย่าทวดป่วยด้วยโรคอะไรหรือ”
ลู่หมู่เอ่ยกับเขาว่า “เจ้าจากไปห้าปี คงยังไม่รู้กระมัง ย่าทวดของเจ้าความจำไม่ค่อยดีตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว”
ลู่หลิงเซียวกระจ่างแล้ว เขาเอ่ยกับลู่หมู่ว่า “ท่านแม่ ข้าไปรับท่านย่าทวดเองขอรับ”
ลู่หมู่มองเท้าตนที่กำลังเจ็บจนยากจะทานทน ก่อนถอนหายใจ “คงต้องเป็นแบบนั้นแล้ว ช้าก่อน เจ้าพาเชียนเชียนไปด้วย”
ลู่หลิงเซียวมองเมิ่งเชียนเชียนแวบหนึ่ง ลังเลอยู่สักพัก สุดท้ายก็ตกลง
ครั้นออกจากเรือน เมิ่งเชียนเชียนก็เอ่ยกับลู่หลิงเซียวว่า “เจ้าไปรอข้าที่หน้าประตูก่อน ข้าจะกลับไปเอาของที่เรือนไห่ถัง”
ลู่หลิงเซียวไม่ค่อยพอใจ “ท่านย่าทวดป่วย นึกไม่ถึงว่าเจ