้ายังมีแก่ใจไปเอาของอีก”
เมิ่งเชียนเชียนถือสัมภาระมา
ลู่หลิงเซียวคร้านจะถามว่าในสัมภาระนั้นมีสิ่งใด เขาสั่งสารถีให้เร่งม้า
เกือบครึ่งชั่วยามต่อมา รถม้าก็จอดอยู่บนถนนสายยาวที่มีผู้คนหลั่งไหลไปมา
ลู่หลิงเซียวเลิกม่านขึ้นเพื่อลงจากรถ เขาครุ่นคิด ก่อนยื่นมือหมายจะพยุงเมิ่งเชียนเชียน ก็เห็นเมิ่งเชียนเชียนคว้าสัมภาระกระโดดลงไปจากอีกฝั่งแล้ว
เมิ่งเชียนเชียนขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็วดั่งดาวตกไล่ตามจันทรา
ฮูหยินรองเดินกลับไปกลับมาอยู่บนทางเดินด้วยสีหน้าย่ำแย่ ครั้นเห็นเมิ่งเชียนเชียนเดินมาก็ราวกับได้รับการอภัยโทษ นางกุมแขนขวาพลางบ่นว่า “ไยจึงเพิ่งมา ดูย่าทวดเจ้าข่วนข้าสิ! ยายเฒ่าเสียสตินี่!”
เมิ่งเชียนเชียนปรายตามองนางอย่างเย็นชา “อาสะใภ้รอง ท่านย่าทวดเล่า”
ฮูหยินรองชี้ไปทางตะวันออก พลางเอ่ยอย่างรำคาญว่า “ห้องส่วนตัวที่ปิดประตูอยู่! โอ๊ยยย เจ็บจะตายอยู่แล้ว! เจ้ามาคนเดียวรึ พี่สะใภ้ใหญ่ข้าล่ะ หลิงเซียวล่ะ ไหนว่าเขากลับเมืองหลวงแล้ว”
“อาสะใภ้รอง”
ลู่หลิงเซียวก็ขึ้นมาชั้นบนเช่นกัน
“หลิงเซียว!”
“อาสะใภ้รอง ท่านย่าทวดเป็นอะไรกันแน่”
“ย่าทวดเจ้าระหว่างทางจู่ๆ ก็บ่นพึมพำว่าอยากกินขนมกุ้ยฮวาของร้านโจว