บทที่ 124 ต่างเผยพลัง
“เจ้ามีอุบายอันใด?”
เมื่อเผชิญกับการขออาสาอย่างแข็งขันของปี้เฟยเหยียน ลวี่หยางมิได้ดูแคลนแต่อย่างใด นับแต่ผ่านห้วงแดนลับแห่งการฝึกวิชามา เขาก็เรียนรู้แล้วว่า อย่าดูแคลนผู้ใดแม้แต่น้อย
อคติในใจคน เปรียบดังขุนเขาลูกใหญ่
ครั้งนั้น บรรพชนตระกูลอวิ๋นก็เพราะประเมินผู้ฝึกตนต่ำกว่าระดับวางรากฐานต่ำไป ถึงกับล่มจมในร่องน้ำมืด ถูกตนพบร่องรอยเข้าโดยบังเอิญ
เห็นลวี่หยางสุภาพถึงเพียงนี้ ปี้เฟยเหยียนย่อมไม่กล้าละเลย รีบกล่าวว่า “ข้าฝึกฝนเคล็ดวิชาหนึ่ง อาจสัมผัสได้ถึงผู้ที่บังเกิดความใคร่ในข้า แล้วลงมลทินแห่งมารข้ามอากาศ ทำให้ผู้นั้นเดินไฟเข้าหัวใจ เคล็ดนี้ความจริงยังใช้สืบร่องรอยศัตรูได้เช่นกัน”
“…ข้าก็จะลองดู”
อีกฟาก เจ้าแห่งอสรพิษมังกรกล่าวเสียงต่ำว่า “ข้าใส่จมูกสุนัขดมกลิ่นลงไป ขอเวลาแก่ข้าสักหน่อย ข้าน่าจะสามารถหาถิ่นชุมนุมของเหล่าศิษย์เต้าถิงเจอ”
“แต่ข้าจำเป็นต้องมีลมหายใจของผู้ฝึกตนฝ่ายเต้าถิงก่อน”
สวี่ซินก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน “ข้ามีเวทสาปสังหารหนึ่งสาย อาจตามรอยลมหายใจไปได้ หรืออาศัยมันหาที่อยู่ของผู้นำฝ่ายเต้าถิง”
“…ข้ามีสมบัติวิเศษชิ้นหนึ่ง อาจให้เจ้ายืมใช้”
เมื่อสบตากับลวี่หยาง จงหมิงลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วว่า “เป็นของที่ท่านพ่อข้าหลอมขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อช่วยข้าคำนวณครรลองฟ้าแห่งกรรม”
กล่าวจบ เขาก็หยิบจานกลมชิ้นหนึ่งออกมา
บนจานปรากฏลวดลายแปดทิศแปดสัญลักษณ์ เมื่อ