อกลัวว่าเฉินเฟิงจะโยนหยกนั้นทิ้งไปจริงๆ
“อย่างนั้นฉันก็จะทำของขวัญที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกให้คุณชายเฉินแล้วกันค่ะ” เธอกดเสียงพูดออกมา
ภายในน้ำเสียงนั้นสามารถรับรู้ได้ถึงความเขินอาย
ดังนั้นเฉินเฟิงจึงสวมใส่จี้หยกนั้นไปที่คอของเสี่ยวด้วยความพึงพอใจอย่างมาก
เมื่อสีหยกประดับอยู่บนคออันขาวเนียนของเสี่ยวเย่ก็กลายเป็นความสวยงามที่ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลย และกลับยิ่งทำให้รู้สึกอยากมองลงไปยังเนื้อผิวบริเวณกระดูกไหปลาร้าและเนินอกนั้นอีกด้วย
“สวยไหมคะ?” เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงกำลังจ้องมองไปตรงนั้น เสี่ยวเย่จึงกล่าวถาม
เฉินเฟิงพยักหน้าอย่างเหม่อลอย: “สวย”
แต่แท้จริงแล้วเป็นเพราะเสี่ยวเย่สวย หรือจี้หยกนั้นสวยก็ไม่สามารถรู้ได้
เดิมทีเฉินเฟิงคิดว่าไป๋จิ้งเฟิงคงจะใช้เวลาสักสองสามวันก็จะมอบคำตอบให้กับตัวเอง แต่กระทั่งรอจนถึงวันที่สี่แล้ว เขาก็ไม่มีเงาโผล่มาเลย และก็ไม่มีใครมาที่นี่เพื่อส่งข่าวสารเลยด้วยเช่นกัน
แต่แล้วเฉินเฟิงกลับได้พบกับแขกอีกคนแทน
ในตอนที่เขาคนนั้นมาที่นี่ เป็นช่วงเวลาที่เฉินเฟิงกับเสี่ยวเย่กำลังเล่นหมากรุกกันอยู่พอดี ซึ่งนี่เป็นของที่เสี่ยวเย่เอามาจากเนินเขา รถเมอร์เซเดสสีดำขับเข้ามาจอดยังลานหน้าประตูของพวกเขา
เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปดู ก็พบว่าคนที่เดินลงมาจากรถนั้นกลับเป็นโจวสุน
จากนั้นก็มีร่างสีขาวเดินตามลงมาจากที่นั่งเบาะหลัง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นคนที่เฉินเฟิงไม่มีวันลืมได้ลง นั่นคือ