ีกว่า”
เฉินเฟิงหัวเราะอย่างเฉยชา: “คุณกำลังยั้งเชิงผมอยู่หรือไง?ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าคุณไปได้ยินข่าวนี้มาจากไหน แต่ผมจะบอกคุณให้ว่าคุณน่ะคงต้องติดกับเข้าแล้ว”
ท่าทีแบบนี้ของเฉินเฟิงทำให้โจวฟ่างไม่เหลือท่าทีฮึกเหิมเมื่อสักครู่นี้อีกแล้ว ถ้าหากว่าเฉินเฟิงรีบยืนยันตัวตนของตัวเองในทันที อย่างนั้นจะทำให้เขาเกิดความลังเลขึ้นมาทันทีว่าแท้จริงแล้วเฉินเฟิงเป็นคนของหมาป่าทะเลทรายหรือไม่
แต่ว่าในสถานการณ์แบบนี้เฉินเฟิงกลับยังคงทิฐิของตัวเองเอาไว้แบบนี้ ทำราวกับตัวโจวเป็นนั้นกำลังทำการทดสอบเขาอยู่เท่านั้น อย่างนั้นถ้าเกิดเขาต้องการจะออกมาจากที่นี่จริงๆ ก็ควรที่จะยืนกรานความคิดเดิมทีที่ต้องการจะต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายของตัวเองสิ
ตอนนี้ดูเหมือนว่าโจวฟ่างจะเริ่มเชื่อคำพูดของโจวจื่อเอ๋อแล้ว
ทว่าเขายังคงมีความสับสนอยู่เล็กน้อย
“แต่ถ้าเกิดว่าคุณชายเฉินเป็นคนของหมาป่าทะเลทราย สิ่งที่พวกคุณต้องการจะทำก็คือการทำลายล้างตระกูลต่างๆ ที่ต้องการต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายให้ราบคาบ เมื่อเป็นอย่างนั้นจริงผมก็ยิ่งไม่สามารถปล่อยคุณชายเฉินไป”
“จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงครับ คุณไปฟังใครพูดมากันแน่ โจวจื่อเอ๋อผู้หญิงคนนั้นหรอครับ ?ผมก็แค่พูดหยอกล้อกับเธอเท่านั้น นี่คุณคิดจริงจังเลยหรอครับ เธอก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง อะไรก็ไม่เข้าใจทั้งนั้น” เฉินเฟิงกล่าวถามอย่างเคร่งขรึม
โจวฟ่างที่ได้ยินเฉินเฟิงกล่าวยอมรับว่าได้พูดเรื่องนี้กับ