จะไม่พูดออกมา
แต่หลังจากที่รถเมลขับผ่านไปแล้วสี่ห้าป้ายรถ ในที่สุดเสี่ยวเย่ก็ไม่อาจอัดอั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป : “คุณชายเฉิน ทำไมคุณถึงต้องทำอย่างนี้ด้วย ”
เฉินเฟิงถามกลับอย่างอ่อนโยน: “ผมทำอะไร?”
“หื้ม!” เสี่ยวเย่อุทานออกมาเพียงคำเดียว จากนั้นก็ไม่คิดจะให้คำอธิบายที่ชัดเจนให้กับเฉินเฟิงอีก
เมื่อนั่งรถมาจนถึงป้ายสุดท้าย บนรถตอนนี้ก็เหลือเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น หลังจากลงมาจากรถพวกเขายังต้องเดินขึ้นเขาไปอีกสักระยะ
และตรงบริเวณเชิงเขาก็เป็นหมู่บ้านของเสี่ยวเย่ ซึ่งตัวเธออยากจะเชิญชวนเฉินเฟิงให้เข้าไปดูเสียหน่อย แต่เมื่อยืนอยู่ตรงนั้นเธอกลับไม่รู้ว่าควรจะเปิดปากพูดอย่างไรดี
ส่วนเฉินเฟิงก็ได้เพียงยืนอยู่ข้างๆ โดยไม่พูดอะไรเช่นกัน
เสี่ยวเย่เปิดปากพูดด้วยเสียงเบาๆ : “คุณชายเฉิน!”
“อืม!” เฉินเฟิงตอบกลับ
“ฉันไม่โกรธคุณแล้ว”
“จริงหรอ?”
“อืม”
“ผมรู้อยู่แล้วว่าเสี่ยวเย่หน่ะดีที่สุด” เฉินเฟิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
เสี่ยวเย่ยิ้มออกมาเช่นกัน ก่อนที่มุมปากจะขยับเบาๆ : “คุณชายเฉิน ข้างหน้านั่นคือบ้านของฉัน คุณอยากลองเข้าไปดูหน่อยหรือเปล่าคะ ?”
เฉินเฟิงมองตามทิศทางที่เสี่ยวเย่ชี้ไป ก็เห็นว่ามีประตูทางเข้าหมู่บ้านอยู่จริงๆ
“จะให้เข้าไปมือเปล่าแบบนี้ คงไม่ดีหรอกมั้ง ” เฉินเฟิงตอบอย่างลังเลใจ
แต่เสี่ยวเย่กลับสะบัดมือ: “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณเป็นแขกคนแรกที่ฉันพาเข้าบ้าน ไม่จำเป็นต้องเตรียมของขวัญอะไรหรอกค่ะ