แต่สิ่งที่ทำให้เธอนึกไม่ถึงเลยนั้นก็คือเฉินเฟิงจะกล่าวปฏิเสธ
“อันนี้ไม่เอาดีกว่าครับ ในเมื่อเธอไม่กล้าที่จะเอา งั้นผมก็จะไม่บังคับให้เธอพกติดตัว”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ของเฉินเฟิง พนักงานขายสาวถึงกับผิดหวังเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงแสดงสีหน้ายิ้มแย้มออกมา: “ถ้าเกิดว่าทั้งสองชื่นชอบ ฉันจะเก็บเอาไว้ก่อนก็ได้ค่ะ รอจนกระทั่งทั้งสองอยากจะซื้ออีกครั้ง ส่วนลดนี้ก็ยังคงให้เหมือนเดิม”
เฉินเฟิงได้เพียงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะพาเสี่ยวเย่เดินออกมาจากที่นั่น
แต่ในตอนนั้นเองที่มีหญิงสาวสวมใส่รองเท้าส้นสูงคนหนึ่งวิ่งเหยาะๆ เข้ามาด้านในร้าน
ทันทีที่เธอเดินเข้ามาก็ตะโกนใส่พนักงานว่า: “หยกแขวนอันนั้นที่ฉันถูกใจคราวที่แล้วเล่า”
พนักงานที่ได้ยินจึงรีบเดินก้าวเข้าไปหาทันที : “คุณหวางนี่เอง!ต้องขออภัยอย่างยิ่งเลยนะคะ หยกชิ้นนั้นของคุณถูกขายออกไปแล้วค่ะ ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นหญิงสาวก็เดือดดาลขึ้นมาทันที: “ฉันบอกให้เก็บเอาไว้ให้ฉันก่อนไม่ใช่หรือไง?ทำไมเธอถึงเอาขายไปได้ นี่ฉันไม่ได้บอกว่าตัวเองจะกลับมาซื้อหรอกหรอ ?”
พนักงานขายสาวถึงกับประหม่าขึ้นมา: “คุณบอกให้ฉันเก็บเอาไว้ให้ก็จริงค่ะ แต่นี่ก็ผ่านมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วนะคะ การจะให้พวกเราไม่ขายมันออกไปคงจะไม่ได้หรอกค่ะ!”
ทันใดนั้นน้ำเสียงของหญิงสาวคนนั้นก็สูงขึ้นมา: “ความหมายของเธอก็คือฉันมาสายเกินไปงั้นสินะ ฉันบอกตกลงไปแล้วนี่ว่าอีกหนึ่งสัปดาห์ฉันจะ