หาเงินมาซื้อได้แน่นอน แต่พวกเธอกลับเอามันขายไปก่อนซะแล้ว นี่พวกเธอเปิดร้านการแบบนี้งั้นหรอ ?”
พนักงานถึงกับไปต่อไม่ถูกกันเลยทีเดียว
ทางด้านเฉินเฟิงพอจะดูออกแล้วว่าเป็นเพราะพวกเธอคิดว่าอีกฝ่ายคงจะไม่มีทางหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาได้ ดังนั้นในตอนที่สามารถขายได้ พวกเธอจึงได้ขายออกไป
และแน่นอนว่าเรื่องพวกนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเฉินเฟิงเลย
ซึ่งในตอนที่กำลังจะบอกเสี่ยวเย่ว่าให้ทั้งสองออกไป ทางด้านหลังกลับมีเสียงของหญิงสาวตะโกนแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“พวกคุณสองคนหยุดเดี๋ยวนี้นะ”
ทั้งเฉินเฟิงและเสี่ยวเย่ต่างก็พากันหันหลังกลับไปมอง
ซึ่งปรากฏว่าหญิงสาวคนนั้นกำลังเรียกพวกเขาอยู่
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?” เฉินเฟิงถามด้วยความแปลกใจ
หญิงสาวคนนั้นสังเกตมองเฉินเฟิงและเสี่ยวเย่ ก่อนจะถามกลับ “หยกแขวนชิ้นนั้นพวกคุณเป็นคนซื้อไปแล้วใช่หรือเปล่า ?”
“หยกแขวนอะไร?” เฉินเฟิงกล่าวถาม ถึงแม้ว่าตัวเขาพอจะคาดเดาได้แล้วก็ตาม
“ก็หยกแขวนลายมังกรนั่นไง”
เฉินเฟิงตวาดสายตามองไปยังพนักงานขาย แต่พวกเธอไม่กล้าที่จะมองมาทางเขาทั้งยังพากันหลบหน้าอีกต่างหาก
ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่าพวกเธอได้ขายให้กับเฉินเฟิงไปแล้วจริงๆ
“คุณมองอะไรกัน?ฉันถามว่าคุณซื้อหยกชิ้นนั้นไปแล้วใช่ไหม”
เฉินเฟิงที่ได้ยินอย่างนั้นจึงหันกลับมามองเธออีกครั้งก่อนจะตอบ: “ใช่ ผมเอง”
“ขายมันให้ฉันซะ ฉันจะเพิ่มเงินให้คุณอีกหนึ่งพัน ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็