ินเฟิงด้วยความสงสัย: “แล้วฉันไม่ใช่หรอคะ?ฉันคิดมาตลอดว่าตัวเป็นแค่คนธรรมดานะคะ”
ทันใดนั้นสีหน้าของเฉินเฟิงก็จริงจังขึ้นมา: “คุณจะเป็นผู้หญิงธรรมดาทั่วไปได้ยังไงกัน เท่าที่ผมเคยเจอมาคุณน่ะเป็นผู้หญิงที่ …… ”
เฉินเฟิงหยุดชะงักลงแล้วมองไปยังเสี่ยวเย่ ซึ่งนั่นทำให้เสี่ยวเย่แทบจะอดอยากรู้ไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นคนแบบไหนในสายตาของเฉินเฟิง เธอเฝ้ารอคำตอบก่อนจะถามออกไปด้วยความเขินอาย: “คุณชายเฉิน……น่าเกลียดเกินไปแล้ว”
“เสี่ยวเย่ คุณเข้าใจผมผิดแล้ว อันที่จริงคุณเป็นผู้หญิงที่พูดเยอะที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยต่างหาก ”
เสี่ยวเย่ที่ได้ยินก็จ้องเฉินเฟิงด้วยความโกรธทันที
ถึงแม้ว่าเสี่ยวเย่จะเป็นผู้หญิงที่มีอารมณ์ขัน สามารถพูดหยอกล้อได้ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็มีอารมณ์โกรธเช่นกัน และเมื่อเป็นแบบนี้คำพูดหยอกล้อนี้จึงทำร้ายจิตใจเสี่ยวเย่เข้าไปอย่างจัง
เธอโกรธขึ้นมา และด้วยความน้อยใจจึงทำให้เธอมองไปยังเฉินเฟิงอย่างไม่พอใจและไม่พูดอะไรเลยสักคำ
ส่วนเฉินเฟิงนั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่าคำหยอกล้อของตัวเองนั้นมีความเกินเลยไปแล้ว เขาจึงรีบหุบยิ้มของตัวเองลงแล้วหันไปกล่าวขอโทษอย่างจริงจัง : “เสี่ยวเย่ ผมผิดไปแล้ว ผมไม่ควรจะพูดล้อเล่นแบบนี้กับคุณ ”
แต่ว่าน้ำตาของเสี่ยวเย่นั้นกลับเอ่อล้นขึ้นมาและพร้อมจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อแทน
“คุณยกโทษให้คุณชายเฉินเถอะนะ คุณชายเฉินสำนึกผิดแล้ว ” เฉินเฟิงใช้คำเรียกท