เพียงไม่นานคนที่อยู่บริเวณโดยรอบก็ต่างหันมามองยังพวกเขา ซึ่งนั่นทำให้เฉินเฟิงรู้ได้เลยว่ากำลังเจอกับปัญหายุ่งยากแล้ว ถ้าหากว่าตัวเขายังถูกรั้งเอาไว้ที่นี่ต่อไป สำหรับเขาแล้วนั้นเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบายและไร้หนทางที่จะทำให้คนกลุ่มนี้เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ซึ่งปัญหาไร้สาระพวกนี้เป็นเรื่องที่เฉินเฟิงไม่สามารถจัดการได้ด้วยมากที่สุด
เฉินเฟิงจึงหันไปกระซิบกับเสี่ยวเย่ที่อยู่ข้างๆ : “พวกเราต้องวิ่งแล้ว คุณจับมือผมเอาไว้ให้ดีล่ะ”
เสี่ยวเย่ที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เธอก็ถูกเฉินเฟิงจับมือเอาไว้ ก่อนจะวิ่งหนีออกมาท่ามกลางสายตาที่อยากรู้อยากเห็นของผู้คนเหล่านั้น
เมื่อวิ่งมาได้หลายร้อยเมตร เสี่ยวเย่ก็เหนื่อยจนแทบจะวิ่งต่อไม่ไหว
“คุณชายเฉิน ฉันวิ่งต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว” เธอใช้มือทั้งสองข้างยันหัวเข่าเอาไว้พร้อมกับหายใจหอบอย่างหนัก
แน่นอนว่าไม่มีใครวิ่งตามหลังมา และหญิงสาวคนนั้นก็ไม่มีทางวิ่งตามมาทันอีกด้วย ดังนั้นเฉินเฟิงจึงหยุดเท้าลง
“ทำไมคุณถึงได้อ่อนแอแบบนี้นะ!” เฉินเฟิงยืนหัวเราะเยาะอยู่ข้างๆ
“คุณชายเฉิน ฉันเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งนะคะ ฉันวิ่งไม่ไหว มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรอคะ ?” เสี่ยวเย่พูดไปพลันหอบไป ใบหน้าเล็กๆ นั้นของเธอแดงขึ้นมา พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง ทำให้น่าเอ็นดูอย่างมาก
“เป็นผู้หญิงแล้วยังไง จะบอกว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาทั่วไปงั้นหรอ ?” เฉินเฟิงตอบกลับ
เสี่ยวเย่ถึงกับมองไปยังเฉ