วมกับเฉินเฟิงมาเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน เสี่ยวเย่จึงรู้ถึงนิสัยของเฉินเฟิงดี และเมื่อมองดูสีหน้าเฉินเฟิงปรากฏรอยยิ้มแล้วเธอก็มีความสุขอีกครั้ง ก่อนที่จะกลอกตาใส่เฉินเฟิงอย่างไม่เกรงใจ พร้อมกับตอบกลับอย่างขอไปที: “ค่ะ เสี่ยวเย่เข้าใจแล้วค่ะ เสี่ยวเย่จะไปคิดทบทวนตัวเอง ครั้งต่อไปจะจัดเตรียมอาหารชุดใหญ่ให้กับคุณชายเฉินเลยค่ะ ”
เมื่อพูดจบเธอก็นั่งลงอีกฝั่งก่อนจะทานอาหารพร้อมกัน
เฉินเฟิงที่รู้ตัวไม่สามารถหลอกให้เธอตกใจได้อีกแล้ว จึงรู้สึกหมดความสนุก จากนั้นก็กลับมาย้อนคิดถึงเรื่องของหมาป่าทะเลทรายอีกครั้ง
หลายวันผ่านไป เฉินเฟิงยังคงเอาแต่ครุ่นคิดว่าควรจะบอกเรื่องเบื้องหลังของหมาป่าทะเลทรายออกไปหรือไม่ แต่ในขณะที่เขากำลังลังเลใจอยู่นั้น ไป๋ซิงก็กลับมาหาเฉินเฟิงอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงกำลังนั่งกินผลไม้อยู่ใต้ต้นไม้ ไป๋ซิงจึงเดินตรงเข้าไปหาทันที
เขาดูเหมือนมีความสุขอย่างมาก คงจะเป็นเพราะว่าแผนการก่อนหน้าน่าจะมีความคืบหน้าขึ้นมาแล้ว
“ถ้าหากไม่รู้ว่าคุณเคยแต่งงานมาแล้ว ผมคงจะคิดว่าคุณกำลังเตรียมตัวจะเป็นเจ้าบ่าวแล้ว ” เฉินเฟิงพูดหยอกล้อขึ้นมา
ไป๋ซิงชะงักอยู่ครู่หนึ่งถึงค่อยเข้าใจ แต่รอยยิ้มบนใบหน้านั้นยังคงไม่ลดลงไปเลย : “ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ แถมยังเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆเลยด้วย ”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?อย่าบอกนะว่าพวกคุณได้เจรจากับตระกูลหนึ่งได้แล้ว?”
ไป๋ซิงมองไปยังเฉินเฟิงด้วยค