ร่างใหญ่ก็ไม่สามารถจะยืนยันชัดเจนได้ “เท่าที่ฉันรู้มาก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก เพียงแต่อยากจะแจ้งข่าวให้คุณชายเฉินรู้ตัวไว้ก่อน หวังว่าคุณชายเฉินจะได้เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดี”
เฉินเฟิงก็ได้แต่ถือว่าเขาก็แค่มาแจ้งเตือนตัวเองเท่านั้น
เมื่อคิดดูแล้ว เฉินเฟิงจึงตัดสินใจโทรศัพท์กลับไปที่ยันเจียง
“ฮัลโหล โพ่จุนเหรอ? นี่ฉันเองนะ”
สือโพ่จุนนั้นยังไงก็นึกไม่ถึงว่าเฉินเฟิงจะโทรศัพท์กลับมาหาเขาได้ ดังนั้นจึงถามอย่างเป็นห่วงมากว่า “คุณชายเฉิน ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ ทำไมคุณตั้งนานไม่ส่งข่าวคราวกลับมาเลย พวกเราทางนี้ก็เป็นห่วงแทบแย่อยู่แล้ว”
เฉินเฟิงก็ไม่อยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้เขาฟังอย่างละเอียดได้ แต่ก็ฝืนพูดไปว่า “ไม่เป็นไร ฉันก็แค่ออกมาสำรวจดูรอบๆเท่านั้นเอง เดี๋ยวสักพักหนึ่งฉันก็จะกลับไปเอง พวกแกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
แต่ว่าสือโพ่จุนก็ยังไม่วางใจเท่าไหร่นัก เฉินเฟิงจึงพูดปลอบโยนไปอีก จนในที่สุดเขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะตามมาถึงที่นี่ด้วย
จากนั้น เฉินเฟิงก็ถามว่า “ยันเจียงทางนั้นมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?”
สือโพ่จุนพูดว่า “ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นปกติดี ก็มีเพียงแต่พวกพนักงานปลายแถว บางคนของบริษัทที่รวมตัวก่อม็อบเล็กๆขึ้นเท่านั้น ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”
หลังจากที่ได้ฟังแล้ว เฉินเฟิงค่อยสบายใจขึ้นบ้างแล้ว แต่ว่าก็ยังแจ้งเตือนไปว่า “อาจจะมี พวกตระกูลใหญ่ทางทะเลทรายแถวนี้จะเข