พื้นจะค่อยๆคลานขึ้นมายังไง ตัวเองก็หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีออกไปคนเดียวตามลำพัง
พวกเพื่อนของเขาที่มาด้วยกันนั้นก็รีบวิ่งตามหลังออกจากศาลานี้ไป
ตอนนี้ไป๋ซูก็หันกลับไปมองสองสาวพี่น้อง ถามอย่างเป็นห่วงว่า “พวกคุณตกใจอะไรหรือเปล่า?”
หลงหลินสองพี่น้องต่างก็ส่ายหัว ถึงแม้ได้ขับไล่พวกคนกลุ่มนั้นไปแล้วก็ตาม แต่ว่าหลงหลินก็ยังกังวลคำพูดของชายผมยาวคนนั้น จึงถามว่า “พวกเขายังจะกลับมาอีกจริงรึเปล่า?”
ไป๋ซูพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พวกนักเลงปลายแถวแบบนี้ เดิมทีก็เป็นพวกเดนมนุษย์อยู่แล้ว ก็ได้แต่ใช้คำพูดรุนแรงไปงั้นแหละ ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมากหรอก”
มองดูท่าทางไป๋ซูที่ไม่แยแสเช่นนั้น หลงหลินสองพี่น้องก็ค่อยสบายใจขึ้นบ้างแล้ว
ทั้งสามคนก็นั่งพักเหนื่อยอยู่ภายในศาลาที่ไม่มีคนแห่งนี้ไปสักครู่หนึ่ง เห็นว่าได้เวลาพอสมควรแล้ว หลงหลินจึงเสนอว่าควรจะกลับไปได้แล้ว
ถึงแม้ไป๋ซูยังคิดอยากจะอยู่ต่ออีกสักพักหนึ่ง แต่ก็ไม่ปฏิเสธคำพูดของหลงหลิน
ทั้งสามคนจึงเดินย้อนกลับไป แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอกับคนพวกที่เพิ่งหนีไปเมื่อกี้มายืนดักอยู่ตรงหน้าปากทาง
ชายผมยาวคนนั้นได้พันแผลนิ้วมือที่ได้รับบาดเจ็บไว้แล้ว ยังมีอีกสิบกว่าคนตามหลังเขาอยู่ ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นพวกคนที่เขาไปหามาจัดการกับไป๋ซูโดยเฉพาะ
“ไอ้เด็กเวร แม้งมึงคิดจะหนีเหรอไงวะ” ชายผมยาวพูดอย่างโอหัง
ไป๋ซูก็ได้ปกป้องพี่น้องสองสาวไว้ข้างหลังอีกครั้งหนึ่ง แล้วหยิบกุญแจรถส่งให้ก