บใจว่า “อย่าร้องไห้ไปเลย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องไห้แล้ว พวกเรายังต้องไปช่วยพี่สาวคุณอีกนะ”
แต่ห้ามยังไงก็ไม่ยอมหยุด เฉินเฟิงจึงปล่อยเลยตามเลย ได้แต่พูดว่า “ฉันจะปล่อยให้คุณอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้……”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องของเฟิ่งซีก็ถูกคนผลักออก เงาร่างสองคนกระโดดเข้ามา
ส่วนพวกเขาเห็นว่าภายในห้องมีคนสองคนยืนอยู่ ก็รู้สึกตื่นตกใจเช่นกัน แต่ว่าเฉินเฟิงก็ไม่รอให้พวกเขาตอบโต้เลย รีบซัดออกไปสองหมัดลงไปยังศีรษะของพวกเขาสองคน
ทั้งสองคนล้มลงอย่างน่าสงสาร แม้แต่เสียงร้องก็ยังไม่ทันตะโกนออกมาเลย
“รีบหนีเร็ว!” รู้ว่าพวกเขาเริ่มลงมือแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่มาโอ้เอ้อีกแล้ว เฉินเฟิงจึงรีบลากเฟิ่งซีหลบหนีออกไป
เพิ่งจะออกจากประตู ก็มีคนพบพวกเขาทันที จึงรีบวิ่งไล่ตามไป
เฉินเฟิงไม่อยากเสียเวลากับคนพวกนี้มาก อีกอย่างเขาก็เกรงว่าเฟิ่งซีอาจจะถูกลูกหลงไปด้วย ดังนั้นจึงได้แต่ลากตัวเฟิ่งซีหนีต่อไป
แต่หลังจากวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว เห็นว่าเฟิ่งซีวิ่งช้ามาก เขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด แล้ววิ่งตรงไปยังด้านนอก
เฟิ่งซีได้แต่ตกใจกลัว เมื่อเฉินเฟิงอุ้มเธอไว้ เธอก็ไม่ขัดขืน หนำซ้ำยังรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น
แต่ว่าเมื่อนึกถึงหลงหลินขึ้นมา ในใจเธอก็รู้สึกกังวลขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
วิ่งออกไปจนถึงหน้าประตูใหญ่แล้ว เฉินเฟิงก็เห็นมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ทางถนนด้านนอก ก็แน่ใจว่าเป็นรถของคนพวกนั้นแน่นอน
ส่วนเฉิน