นชั่งที่ถล่มทับลงมา จนทำให้ไอ้คนพวกนั้นต่างก็ล้มลงไปกับพื้น จนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก
ทิ้งให้ไอ้คนพวกนั้นนอนระเนระนาดไว้ข้างหลัง เฉินเฟิงก็วิ่งมาจนถึงรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างทาง เขาเปิดประตูรถออก แล้วให้เฟิ่งซีเข้าไปนั่งข้างใน จากนั้นตัวเองก็ไปนั่งอยู่ตำแหน่งคนขับรถ
ก่อนที่ไอ้พวกคนที่วิ่งไล่ตามหลังมานั้นยังไม่ทันที่จะมาประชิดตัวเขา เฉินเฟิงก็ขับรถออกไปเสียก่อนแล้ว
จากนั้นก็รีบขับไล่ตามรถคันที่เพิ่งขับออกไปได้ไม่นานนัก ก็ยังเห็นไฟท้ายรถของคันหน้าได้
ด้วยความเร็วรถที่รวดเร็วมาก เฉินเฟิงเหยียบคันเร่งจนมิด
เฟิ่งซีเพิ่งจะได้นั่งลง แต่ก็ต้องไถลตกลงจากเบาะเก้าอี้รถอีกครั้งหนึ่ง เธอไม่เคยมีประสบการณ์นั่งรถเร็วเช่นนี้มาก่อนเลย รอให้นั่งตั้งตัวไว้ได้แล้ว จึงรู้สึกว่าทิวทัศน์ทั้งสองข้างทางด้านนอกหายแวบไปกับตาอย่างรวดเร็ว
เดิมทีคิดว่าความเร็วรถที่วิ่งน่าจะคงที่ได้ในไม่ช้า แต่กลับพบว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้า เฉินเฟิงจึงหักพวงมาลัยรถไปอีกทาง วิ่งหลบอ้อมพ้นไปได้อย่างไม่ทันระวังตัว
แต่ว่าคราวนี้กลับทำให้เฟิ่งซีหล่นลงมาจากเบาะที่นั่งรถอีกครั้งหนึ่ง
“คาดเข็มขัดนิรภัยไว้ด้วยสิ” เฉินเฟิงไม่ได้หันไปมองเธอ สายตายังจดจ้องไปตรงข้างหน้า
มีเพียงแค่แสงไฟหน้ารถคันหนึ่ง ประกอบกับไฟข้างทางที่สลัวๆ ด้วยความเร็วขนาดนี้ ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาละก็ งั้นมันก็ไม่แตกต่างอะไรกับการรนหาที่ตายเลย
แต่ว่าในใจของคนทั้