เขาพูดขึ้น: “บางทีพวกเรากลับไปน่าจะดีกว่า ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกคุณสองพี่น้องจะมาอาศัย”
เฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะอยากถอย ทว่าสิ่งที่เขากลัวไม่ใช่ตัวเอง แต่เป็นห่วงพี่น้องคู่นี้ พวกเธอเป็นดังบัวหิมะที่ไม่เคยเปอะเปื้อนในหุบเขาลึก ฉะนั้นจึงไม่ควรมาแปดเปื้อนด้วยเรื่องพวกนี้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าครั้งนี้เฟิ่งซีจะปฏิเสธ: “ฉันคิดว่าต่อให้พี่ฟื้นขึ้นมาแล้ว เธอคงจะไม่ยอมไปจากที่นี่อยู่ดี พี่เป็นคนมีนิสัยดื้อรั้น ถ้าหากมีคนไม่ต้องการให้พี่ไปช่วยชีวิตใครคนไหน ต่อให้เขาคนนั้นจะตายไปแล้วพี่ก็จะพยายามจนถึงที่สุดเพื่อช่วยชีวิตเขาคนนั้นกลับมา”
เฉินเฟิงรู้ดีว่าเฟิ่งซีคงจะเข้าใจในตัวหลงหลินมากที่สุด ถ้าหากเธอพูดถึงขั้นนี้ อย่างนั้นความจริงก็คงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ
เฟิ่งซีที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างๆ เฉินเฟิงมีสีหน้าที่ซีดขาว เฉินเฟิงที่เพิ่งจะสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ตัวของเฟิ่งซีก็ฟุบล้มไปอีกทางแล้ว
เฉินเฟิงรีบดึงตัวเธอมาด้านหน้าไม่ให้เธอล้มไปกระแทกกับพื้นโดยตรง
ก่อนจะโอบเฟิ่งซีไว้ในอ้อมแขน จากนั้นเฉินเฟิงก็พยายามเรียกชื่อของเฟิ่งซีด้วยเสียงเบาๆ
“เฟิ่งซี ตื่นๆ คุณเป็นอะไรไป ?”
และเพียงครู่เดียว เฟิ่งซีก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา และเมื่อได้เห็นเฉินเฟิงที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง เธอกลับไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะผลักเขาออกไปในทันที เป็นเพราะร่างกายของเธออ่อนแรงอย่างมาก ซึ่งเธอก็เข้าใจดี
“ฉันไม่เป็นอะไร ก็แค่อาการอ่อนเพลีย คุณช่วยพยุงฉ