ั้งสองดูห่างไกลออกไปเรื่อยๆอีกด้วย
เฟิ่งซีตอบกลับอย่างเบื่อหน่าย: “ในเมื่อมีพี่สาวคอยดูแลอยู่แล้ว ต่อให้ฉันจะดูแลมากแค่ไหน ก็ไม่ต่างอะไรกับการมีพี่สาวสองร่างเท่านั้น ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่ดี”
เฉินเฟิงที่ฟังเธอพูดก็พลันนึกขึ้นมาว่าหากมีหลงหลินสองคนในเวลาเดียวกัน อย่างนั้นในช่วงฤดูร้อนคงไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศแล้ว แค่ตามติดพวกเธอก็พอแล้ว
เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม: “คุณพูดแบบนี้ก็เพราะต้องการหาเหตุผลไว้อู้งานมากกว่า”
เฟิ่งซีเองก็ยิ้มออกมา: “ถ้าอย่างนั้นคุณคิดว่าพี่สาวดีหรือว่าฉันดีกว่า?”
“แน่นอนว่าต้องเป็นคุณอยู่แล้ว นิสัยก็ดีมากๆ ด้วย” เฉินเฟิงที่ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรก็ตอบออกมาทันที เพราะว่านี่ถือเป็นคำถามมาตรฐาน และมันไม่มีคำตอบอื่นอยู่แล้ว
แต่สีหน้าของเฟิ่งซีกลับหมองลง: “คุณไม่แม้แต่จะคิดเลยด้วยซ้ำ แสดงว่ากำลังหลอกฉันอยู่แน่นอน เป็นคนโกหกอยู่วันยังค่ำ ไม่มีความจริงใจเลยสักนิด”
เฉินเฟิงจึงได้เพียงตอบกลับอย่างเอือมระอา: “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องคิด ผมก็สามารถตอบออกมาได้เร็วแบบนี้อยู่แล้ว”
เฟิ่งซีถามด้วยความสงสัย: “เป็นอย่างนั้นจริงหรอ?”
“แน่นอนอยู่แล้วสิ!ไม่อย่างนั้นหากผมใช้เวลาคิดนานกว่าจะตอบ คุณก็จะว่าผมอยู่ดี”
เฟิ่งซียิ้มออกมาราวกับว่าบางทีอาจจะเป็นอย่างที่เฉินเฟิงพูดแบบนั้นจริง
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ด้านนอกป่าไผ่ก็มีสายลมพัดผ่าน ส่งเ