กฝ่ายไม่สามารถเอาเปรียบเขาได้เลย
เฟิ่งซีได้แต่มองดูด้วยกังวลใจ ทว่าเป็นเพราะว่าเธอไม่มีความรู้วิชาต่อสู้ใดๆ เลย ดังนั้นเมื่อถูกเฉินเฟิงผลักให้ถอยหลังไป เธอก็ยังทำได้เพียงแค่หลบอยู่อีกด้านคอยจับตาดูเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงเป็นกังวลในตัวเฉินเฟิงอย่างมาก
แต่ในขณะที่เฉินเฟิงกำลังต่อสู้กับเขาคนนั้นอยู่นั้น ภายในห้องของหลงหลินก็มีเสียงดังทะลุออกมา ราวกับว่าหลงหลินกำลังร้องเจ็บปวดอย่างนั้น
เฟิ่งซีที่ได้ยินเสียงก็ไม่กล้าที่ชะล่าใจอยู่ต่อ จึงรีบวิ่งเข้าไปยังห้องของหลงหลิน
ส่วนเฉินเฟิงที่ได้ยินเสียงนั้นในเวลาเดียวกัน แต่ว่ายังไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้สักที ในใจของเฉินเฟิงก็ร้อนรนมากขึ้น
ใจเขาตื่นตระหนก พร้อมกับไม่มั่นใจว่าที่เฟิ่งซีเคยบอกว่าอาการเจ็บปวดภายหลังนั้นของเขาสามารถหายได้เร็วมากขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ก่อนที่เขาจะตัดสินใจดึงเอาวิธีย้อนพลังเพื่อเสริมกำลังออกมาใช้โดยตรง ทันใดนั้นทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นพลังสังหารขึ้นมา
ซึ่งในตอนนั้นชายที่เป็นเหมือนหนูพุ่งทะยานเข้ามาอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้เบามือเหมือนตอนแรกเริ่มอีกแล้ว เฉินเฟิงแทบจะไม่ให้โอหาสให้เขาได้ถอยหลังไปตั้งหลักเลยแม้แต่น้อย และในทุกครั้งที่เข้าใกล้เขาเฉินเฟิงก็พยายามที่จะฉีกเนื้อเขาออกเป็นชิ้นๆ
เมื่อผ่านไปเพียงไม่กี่กระบวนท่า ใบหน้าของชายร่างเตี้ยคนนั้นก็ไม่เหลือเค้าโคร