ว ก็เป็นจริงอย่างที่พูดมา แต่ว่าก็ยังรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก แม้แต่หลินชีงตี้ก็ยังต้องมาหาหมอถึงที่นี่เลย เช่นนั้นแล้ววิชาการแพทย์ที่ใช้รักษาของเขาจะน่าทึ่งขนาดไหน แต่จากนั้นเฉินเฟิงก็เลิกคิดเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะแม้แต่ความเจ็บปวดที่แปลกประหลาดภายในร่างกายตัวเองนั้นยังสามารถกำจัดไปจนหมดสิ้น ในโลกใบนี้วิชาการแพทย์เช่นนี้คงมีเหลือให้เห็นน้อยมากจริงๆ
ส่วนเฟิ่งซีก็พูดอธิบายเรื่องราวของหวั่นชีวต่อไป
“ยัยเด็กคนนั้น ตอนที่ถูกพ่อเธอไล่ออกมานั้น ร้องไห้จนกลายเป็นคนเจ้าน้ำตาไปเลย แต่ก็ไม่มีใครไปสนใจเธอ สุดท้ายแล้วก็มีแต่ฉันเอาตุ๊กตาที่ตัวเองรักที่สุดออกมาปลอบใจเธอ เธอถึงได้หยุดร้อง ระหว่างที่พ่อเธอรักษาโรคอยู่ที่นี่หลายวัน เธอก็เลยคุ้นเคยและสนิทกับพวกเราสองพี่น้อง หลังจากนั้นก็มีการติดต่อกันบ้างนิดหน่อย”
เฉินเฟิงพยักหน้า เขาก็ยังคงนึกถึงแต่หมอคนที่มีวิชาการแพทย์สูงส่งคนนั้น ทำไมกลับไม่ค่อยได้ยินชื่อของเขาเลย
ตอนนี้ เข็มที่ปักอยู่บนร่างของเฉินเฟิงก็ถึงเวลาที่ต้องดึงออกได้แล้ว เฟิ่งซีจึงดึงเข็มเงินออกมาทีละเล่มๆ หลังจากรักษาด้วยการฝังเข็มแล้ว ร่างกายก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ราวกับว่าได้ปลดปล่อยภาระหนักหน่วงที่แบกรับไว้ในตัวออกไปจนหมดสิ้น
“การรักษาด้วยการฝังเข็มเห็นผลดีจริงๆนะ ฉันรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนเป็นผ่อนคลายมากขึ้นทันทีเลย” เฉินเฟิงพูดอย่างตื้นตันใจ
เฟิ่งซีพูดว่า “เคล็ดวิชาการฝึกฝนวรยุทธ์ของคุณ