ต่เฉินเฟิงก็ยังรู้สึกว่าเขาชักเพี้ยนๆแล้ว อีกทั้งพูดจาไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด ได้แต่พูดไม่หยุดหย่อน พูดไม่หยุดเลย
สายตาของเฉินเฟิงก็มองไปที่อื่นอีกครั้ง อย่างเช่นหญิงสาวที่ใส่เสื้อเกาะอกคนนั้น
ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็สังเกตเห็นว่าเฉินเฟิงมองเธออยู่ ก็ทำตากะพริบใส่เฉินเฟิง เม้มริมฝีปากไว้ ท่าทีที่เต็มไปด้วยความเย้ายวน ขาดเพียงแต่ไม่ได้พูดกับเฉินเฟิงโดยตรงเท่านั้น ว่าเธออยากได้เฉินเฟิง ถ้าไม่ใช่อยู่ในรถแล้วละก็ เฉินเฟิงรู้สึกว่าเธอต้องกระโจนเข้ามาหาอย่างแน่นอน
รู้สึกทนไม่ค่อยไหวกับพฤติกรรมของชายหญิงคู่นี้เสียจริง
ฝ่ายชายทางนี้ เขาก็พูดไม่ทัน ฝ่ายหญิงนั้น แม้แต่จะมองก็ไม่กล้าไปมองเลย
กำลังนึกหงุดหงิดอยู่ ก็กลับสังเกตเห็นว่ารถวิ่งไปยังสถานที่อะไรที่เป็นทางเปลี่ยว
เขาจึงขัดจังหวะผู้ชายที่ยังพูดไม่หยุด พูดด้วยความสงสัยว่า “นี่จะไปไหนกันแน่ ฉันก็จะถึงโรงแรมที่ใกล้ๆแถวนี้แล้ว”
แต่ว่าอีกฝ่ายดูเหมือนไม่สนใจคำถามของเฉินเฟิงเลย ได้แต่พูดต่อไปว่าเขาดีใจแค่ไหนที่ได้มาพบกับเฉินเฟิง แล้วตัวเองทำตามแบบอย่างเฉินเฟิงอย่างไรบ้าง
นี่ก็ไม่ค่อยชอบมาพากลแล้ว เฉินเฟิงเข้าไปกระชากคอเสื้อหลังของผู้ชายคนนั้น ถามอย่างเคร่งขรึมว่า “แกเป็นใคร?”
ผู้ชายคนนั้นถูกเฉินเฟิงดึงไว้ก็ไม่ขัดขืน เพียงแต่พูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณชายเฉิน ก็ยังนึกไม่ออกว่าฉันเป็นใครจริงๆด้วย”
ถูกถามกะทันหันเช่นนี้ เฉินเฟิงก็ตกตะลึง แต่ก็รีบพูดว่า “แกค