ฟิงถึงอย่างไงก็สูงกว่าของหลี่ชื่อจือ จึงหลบหลีกไปได้อย่างง่ายดาย แต่ว่าทันทีที่ไม้เท้ากวาดผ่านด้านหน้าของเฉินเฟิงนั้นก็ยืดยาวออกมาหนึ่งท่อนทันที ท่อนที่ยื่นออกมานั้นกลับเป็นมีดดาบที่แหลมคม
แต่ว่ากระบวนท่าของเฉินเฟิงก็ได้จบลงแล้ว หากจะเปลี่ยนกระบวนท่าใหม่ก็ไม่ทันเสียแล้ว กระบี่นั้นก็ปาดผ่านไปยังหน้าท้องของเฉินเฟิงเกิดเป็นบาดแผลขึ้นมาทันที
มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่ทำให้เฉินเฟิงถึงกับต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบไปก่อน
ในเมื่อได้รับบาดเจ็บแล้ว เขาก็รีบถอยห่างออกไป ยืนให้ห่างจากหลี่ชื่อจือไกลหน่อย เขาพูดเยาะเย้ยว่า “สมกับที่เป็นถึงหลังจู่เสียจริง แค่นี้ก็สามารถทำให้ฉันบาดเจ็บไปก่อนเลย”
เฉินเฟิงถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่ว่าสำหรับหลี่ชื่อจือแล้วก็ยังไม่สามารถที่จะต้านทานซึ่งหน้าโดยตรงได้ ทั้งสองคนต่างก็เดินห่างออกไป เขาก็ไม่กล้าที่จะบุกขึ้นไป ได้แต่พูดอย่างเรียบๆว่า “นี่เป็นเพียงแค่วิธีปกป้องรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้เท่านั้น นึกไม่ถึงว่าคุณชายเฉินจะเป็นคนแรกที่ได้ลิ้มลอง”
คำพูดของเขารุนแรงกว่าคำพูดที่ด่าทอเฉินเฟิงเสียอีก เป็นการพูดให้เห็นชัดว่าเฉินเฟิงรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ไม่คำนึงถึงจริยธรรมของผู้ฝึกวรยุทธ์ แต่ว่าเฉินเฟิงก็ไม่ได้โต้เถียงใดๆ
เขาจัดการกับบาดแผลของตัวเองอย่างง่ายๆ ใช้เสื้อผ้าพันแผลขดมัดไว้เป็นก้อน ใช้วิธีนี้เพื่อห้ามเลือดไว้ แต่ว่าบาดแผลลึกมาก ชั่วพริบตาเดียวก็ทำให้เสื้อผ้าที่ห่อ