วมงาน
หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปาก อ่อนโยนน่าทะนุถนอม ควงแขนของเจ้าบ่าวเบาๆ เดิมตามจังหวะย่างก้าวของเจ้าบ่าวออกมา
เฉินเฟิงยืนอยู่มุมหนึ่งกำลังสังเกตดูนางเอกเพียงคนเดียวในงานเลี้ยงคืนนี้ อีกทั้งยังเป็นตัวเอกในนิยายสองเรื่องที่แตกต่างกันอีกด้วย
ช่างสวยงามจริงๆ ดวงตาก็สวยงามมาก ผู้คนมักพูดว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่ว่าในใจกำลังคิดอะไรอยู่นั้น ก็ย่อมเห็นได้จากดวงตาคู่นั้นบ้าง
ผู้คนที่อยู่ในงานเลี้ยงส่วนใหญ่จะคิดว่าที่นั่นเต็มไปด้วยความสุขสำราญ แต่ว่าเฉินเฟิงมองเห็นความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวแล้ว
“เป็นยังไงบ้างล่ะ เธอเห็นด้วยหรือเปล่า?”
เชียนหนิงเข้าใกล้ตรงหน้าเฉินเฟิง เฉินเฟิงจึงรีบถามขึ้น
“เธอยังไม่ได้ตอบตกลง ยังไงก็แล้วแต่ฉันก็ต้องพาเธอหนีไปให้ได้” คำพูดของเชียนหนิงยังคงยืนหยัดเช่นนั้น
เฉินเฟิงตกตะลึง แต่ก็ตั้งสติกลับคืนมาได้อย่างเร็ว เขาพูดด้วยเสียงต่ำว่า “แกจะบ้าเหรอ ฉันบอกแกแล้วไง ถ้าเธอไม่เห็นด้วย เรื่องนี้ก็ไม่สามารถจะทำต่อไปอีกเด็ดขาด”
แต่ว่ารู้สึกเชียนหนิงไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น “ต่อให้แกไม่ยอมช่วย ฉันก็จะทำต่อไป ฉันบอกกับเธอแล้ว ฉันจะต้องพาเธอหนีไปให้ได้”
เฉินเฟิงรู้สึกปวดหัวมาก อาจจะตั้งแต่แรกเขาก็ไม่ควรเลือกที่จะช่วยเหลือเขาแล้ว เครื่องดื่มในมือก็รู้สึกไร้รสชาติไปหมด ดูเหมือนว่าก็คงต้องรอดูไปทีละก้าวแล้วค่อยว่ากัน
หนุ่มสาวคู่นี้ค่อยๆเดินเข้ามา เป็นที่สะดุดตาที่สุดในงานนี้ อีก