ทั้งพวกเขาก็เป็นจุดเด่นที่สายตาของทุกคนในงานเลี้ยงต่างก็จ้องจับตามองอีกด้วย
เมื่อเดินมาถึงเวที พิธีกรกำลังดำเนินรายการงานเลี้ยงคืนนี้ ดูไปแล้วทุกอย่างก็น่าจะราบรื่นดี ทุกคนต่างก็สุขสันต์หรรษากันไปทั่วหน้า
เด็กๆต่างก็ส่งเสียงร้องด้วยความยินดี พวกผู้ใหญ่ต่างก็นั่งคุยกัน พวกผู้หญิงก็นินทาเรื่องชาวบ้าน หรือไม่ก็คุยเรื่องแฟชั่น พวกผู้ชายต่างก็คุยเรื่องธุรกิจหรือไม่ก็เรื่องผู้หญิง บางครั้งก็คุยทักทายคู่บ่าวสาว เพื่อพูดคำอวยพรให้พวกเขา
ดูไปแล้วพวกเขาสองคนก็เหมาะสมกันดี ก็เป็นอย่างที่เชียนสวนยี่พูดไว้ ชายเก่งหญิงงาม สมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
กาลเวลามักจะยุติธรรมกับทุกคนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความสุขสำราญ หรือว่าความเจ็บปวดที่ต้องอดทน หรือว่าจะเป็นความทุกข์ระทมที่ถูกบีบบังคับก็ตาม งานเลี้ยงคืนนี้ก็ใกล้จะจบสิ้นลงแล้ว
เฉินเฟิงเดินไปใกล้ตัวเชียนหนิง “เวลางานเลิกจะวุ่นวายมาก ถ้าเธอยอมตกลง ก็พาเธอเข้าไปอยู่ในรถเข็นกับข้าว ฉันจะช่วยแกสร้างเรื่องให้มันวุ่นวายขึ้น ส่วนจะพาเธอหนีออกไปได้หรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวแกเองแล้วแหละ”
เฉินเฟิงพูดจบ ก็ไม่สนใจเชียนหนิงอีก สิ่งที่เขาสามารถทำได้ก็มีเพียงเท่านี้ เรื่องราวนอกเหนือจากนี้มันก็เป็นหน้าที่ของเชียนหนิงแล้ว
หลี่ชื่อจือดูเหมือนว่าจะจับตาดูเฉินเฟิงอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ตอนที่เฉินเฟิงใกล้ชิดกับเชียนหนิง เขาก็ยังจ้องมองอย่างไม่ละสายตา
แต่ว่าเมื่อเฉินเฟิงเดินเข้