บทำอะไรไม่ได้เลย”
เขายังคงเจ็บปวดรวดร้าว นี่มันไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้เลย
เฉินเฟิงจึงพูดเตือนว่า “ในเมื่อคิดอยากจะปลดปล่อยความเจ็บปวดออกไป งั้นก็จงเห็นแก่ตัวต่อไปจะดีกว่ามั๊ย? ทำอย่างนั้นถึงแม้จะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อีกแล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยแกก็จะได้ไม่ต้องทรมานอย่างนี้ไง”
โดยปกติแล้วผู้คนมักจะตักเตือนคนอื่นให้กระทำความดี ตักเตือนผู้คนให้ใจกว้าง แต่ว่าเฉินเฟิงกลับเตือนเชียนหนิงให้เห็นแก่ตัวต่อไป แต่เฉินเฟิงกลับไม่รู้สึกว่านี่จะเป็นปัญหาอะไรเลย
ในเมื่อเจ็บปวดรวดร้าว ในเมื่อเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อีกแล้ว งั้นก็เปลี่ยนแปลงตัวเองจะดีกว่าไหม
แต่ว่าเชียนหนิงมองหน้าเฉินเฟิงแล้วยิ้มอย่างเยาะเย้ย
“แกเป็นปีศาจร้าย แกกำลังจะทำให้คนอื่นตกนรก”
เฉินเฟิงตะลึงงง จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ปีศาจร้ายไม่เคยมีอยู่จริงหรอก ปีศาจร้ายมีแต่จะอยู่ภายในจิตใจของทุกคน ก็ต้องดูว่าแกจะจัดการยังไงเท่านั้นเอง”
“พูดมีเหตุผลดีนะ”
เฉินเฟิงก็ไม่รู้ว่าเชียนหนิงเลือกที่จะทำอย่างไร เขาได้แต่เดินออกไปจากที่นี่โดยลำพังคนเดียว กลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นบนตัวเขา ก็ถูกเขาพากลับไปด้วย
ส่วนที่ได้พบกับคนตระกูลเชียนแปลกประหลาดทั้งสองคนนี้ ทำให้เฉินเฟิงไม่อยากที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว เขาเกรงว่าอาจจะยังมีคนตระกูลเชียนเข้ามาอีก มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเลยที่มีแต่คนเอาอารมณ์ความเจ็บปวดมาโอบล้อมตัวเขาไว้เช่นนั้น
เมื่อกลับไปยังห้องพั