งหนึ่งเท่านั้นเอง”
ความมั่นใจของเขาก็เหมือนมาจากความเชื่อมั่นที่กลั่นออกมาจากใจ นั่นเป็นเพราะความยิ่งใหญ่ของตระกูลเชียนจึงทำให้เขามั่นใจได้ถึงเพียงนี้
ในเมื่อตระกูลเชียนปฏิเสธคำขอร้องของเฉินเฟิงแล้ว เฉินเฟิงก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อไปอีก
“ขอบคุณที่ให้คำชี้แนะ แต่ผมกับหมาป่าทะเลทราย ตอนนี้ก็คงเลิกแล้วต่อกันไม่ได้แล้ว หากต้องเผชิญหน้ากับพวกฝูงหมาป่าพวกนั้น ก็คงต้องแล้วแต่บุญแต่กรรมแล้วล่ะ แต่ว่าวันนี้ได้มารบกวนมากแล้ว หวังว่าคงให้อภัย”
เชียนสวนยี่กลับพูดว่า “ในเมื่อคุณท่านได้มาถึงบ้านตระกูลเชียนเราแล้ว งั้นก็นับว่าเป็นแขกคนหนึ่ง ถ้าไม่รังเกียจขอให้อยู่พักที่นี่สักสองสามวันก่อน จะได้ทำหน้าที่เจ้าบ้านในการต้อนรับแขกบ้าง คืนพรุ่งนี้พอดีบ้านตระกูลเชียนเราจัดงานหมั้นลูกสาว ถ้าเช่นนั้นก็อยู่ร่วมดื่มเหล้ามงคลก่อน แล้วค่อยกลับก็ยังไม่สาย”
เฉินเฟิงคิดดูแล้ว ตอนนี้หลี่จื่อเยว่ก็เพียงแค่ถูกพากลับไปเท่านั้น คงไม่มีอันตรายถึงชีวิต อย่างมากก็แค่ถูกขังไว้สองวัน ไม่มีอิสรภาพเท่านั้น
ส่วนวันนัดหมายของชิงจือนั้น เขาก็ยังหวังที่จะพาหลี่จื่อเยว่ไปด้วย ดังนั้นก็ยิ่งไม่ต้องรีบร้อนอะไร
จึงรับปากตอบตกลงไป
เชียนสวนยี่พูดด้วยรอยยิ้มว่า “มีโอกาสได้รับคำอวยพรจากคุณท่านแล้ว เชื่อว่าน้องสาวกระผมคงจะต้องดีใจมากเลย”
เฉินเฟิงก็ยิ้มด้วย ถึงแม้ว่าเขายังไม่รู้ว่าใครแต่งงานกันแน่ก็ตาม
เมื่อร่ำลากับเชียนสวนยี่แล้