ว ก็มีคนนำทางพาไปยังเขตบริเวณลานบ้านที่เปลี่ยวแห่งหนึ่ง ทิวไผ่เขียวเป็นแถวรายล้อมระเบียงทางเดิน ดอกกุ้ยฮวาส่งกลิ่นหอมกระจายไปทั่ว ถ้าได้พักอยู่ที่นี่ก็น่าจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจทีเดียว
หลังจากที่พาเฉินเฟิงมาส่งแล้ว คนนั้นก็เดินจากไป ภายในห้องนั้นมีทุกสิ่งครบถ้วนไม่แพ้โรงแรมชั้นหนึ่งเลย ทำให้รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น
เพียงแต่นั่งไปสักพักก็รู้สึกเซ็ง จึงเตรียมตัวจะออกไปเดินเล่นบ้าง
เมื่อออกจากประตูทางเข้าลานบ้าน ก็มีคนมาสอบถาม ดูเหมือนเป็นคนที่ยืนเฝ้าอยู่ที่นี่เพื่อคอยบริการเฉินเฟิงว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง
เฉินเฟิงจึงบอกกับเขาว่าอยากจะไปเดินเล่น คนนั้นจึงแนะนำว่า
“ถ้าท่านอยากจะเดินชมทางนี้ละก็ ฤดูนี้ควรจะไปชมสวนป๋ายกุ้ย ที่นั่นดอกกุ้ยฮวาเพิ่งเปล่งบานไม่นานมานี้ เหมาะสำหรับไปเดินชมมากเลย”
ด้วยความอย่างรู้อยากเห็น เฉินเฟิงก็พยักหน้าแล้วเดินตามเขาไปยังสวนป๋ายกุ้ย
สวนภายในบ้านตระกูลเชียนใหญ่โตมาก เดินอ้อมถนนไปมาตามทางเจ็ดแปดสาย ในที่สุดก็ได้กลิ่นดอกกุ้ยฮวาโชยมา กลิ่นหอมแตะจมูก ทำให้รู้สึกดื่มด่ำเคลิบเคลิ้มไปด้วย
“นี่ก็คือสวนป๋ายกุ้ย ท่านสามารถเดินเข้าไปเองได้เลย หากกระผมไปด้วยจะทำให้เสียบรรยากาศการชมทิวทัศน์ ข้างในนั้นยังมีพวกเครื่องดื่มอาหารว่าง ท่านสามารถใช้บริการได้เลย”
พูดจบ เขาก็เดินหันหลังจากไป
เฉินเฟิงก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เดินมุ่งหน้าเข้าไปในสวนนั้น
สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็คือสวนดอ