นพูดอย่างแน่นอน ก็เป็นอย่างที่เชียนเสี่ยวหยุนพูดไว้ว่าเขาไม่มีทางที่จะไปร่วมมือกับคนใดคนหนึ่งในสองคนนั้น ดังนั้นหากจะต้องต่อสู้กันขึ้นมาละก็ งั้นก็จะต้องสู้กันแบบตัวต่อตัว หรือไม่ก็หนึ่งต่อสอง
เชียนหนิงก็เริ่มบุกเข้าไปต่อสู้กับตู๋กูหยุนก่อน แต่ขณะก่อนลงมือนั้น ก็ดูออกแล้วว่า ระดับชั้นของเขานั้นยังด้อยกว่าตู๋กูหยุนไปบ้าง หากคิดจะเอาชนะเขา อาจจะเป็นเรื่องที่ลำบากมากทีเดียว
แต่ก็เช่นเดียวกับตู๋กูหยุน เขาก็ไม่กล้าที่จะใช้พลังเต็มที่เพื่อต่อสู้กับเชียนหนิง เพราะคอยระแวงเฉินเฟิงที่ยืนดูอยู่ด้านข้างนั้น ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่ขยับเขยื้อน เพียงแต่ยืนมองอย่างสงบนิ่ง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเฉินเฟิงจะฉวยโอกาสขณะที่เขาเผยช่องโหว่ออกมาให้เห็น แล้วลอบจู่โจมทำร้ายทันทีหรือไม่
ดังนั้นจึงต้องคอยแบ่งพละกำลังส่วนหนึ่งไว้เพื่อป้องกันการลอบทำร้ายจากเฉินเฟิง
หลังจากต่อสู้กันไปสักพักหนึ่ง ฝีมือการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายก็สูสีกันอย่างมาก แต่ว่า ตู๋กูหยุนรู้ว่าหากยังสู้กันเช่นนี้ต่อไปอีกก็ไม่มีประโยชน์อะไร ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้สึกได้ว่า เฉินเฟิงแกกำลังคันไม้คันมือรออยู่
เมื่อเห็นว่าจังหวะเหมาะแล้วก็เตรียมตัวที่จะเผ่นหนี ส่วนเฉินเฟิงก็กำลังรอคอยเวลานี้มาถึงเช่นกัน
เมื่อแรกเริ่มเดิมทีก็ยังไม่ได้ร่วมมือกับเชียนหนิง เป็นเพราะว่าเขาไม่คุ้นเคยกับเชียนหนิง กลับจะทำให้เป็นอุปสรรคในใช้กระบวนท่าในการต่อสู้ อีกอย่างคือจะต้องรอช่