ลายเป็นเพียงกองขี้เถ้าไปแล้ว
ทว่าอย่างน้อยก็ยังเป็นอีกคืนที่ผ่านไปโดยไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจึงทำให้เฉินเฟิงเกิดความโล่งใจอย่างมาก
แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับเขาแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ว่าจะนึกยังไงก็นึกไม่ออกสักที เพราะแม้แต่สาเหตุที่ตัวเองหมดสติไปได้อย่างไรเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ยิ่งอย่าคิดที่จะไปหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังเลย
หลังจากที่หลี่จื่อเยว่ลุกขึ้น ความทรงจำของเธอก็ยิ่งกลับมาชัดเจนอีกครั้งราวกับว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้กำลังโลดแล่นอยู่ตรงหน้าของตัวเอง และนั่นยิ่งทำให้สีหน้าขอเธอปรากฏความอายและความงุนงงมากขึ้น
“เธอจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ได้หรือเปล่า?” เฉินเฟิงถาม
หลี่จื่อเยว่พยักหน้า: “แต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวหนูเลยค่ะ แบบนั้น ……มันน่า……ละอายจริงๆ ”
ตอนนี้ใบหน้าของเธอแดงก่ำเป็นอย่างมาก
เฉินเฟิงสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าในตอนนั้นไม่มีทางเป็นความรู้สึกนึกคิดของเธอ แต่กลับไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้เป็นแบบนี้ รวมทั้งอาการชักกระตุกเหมือนลงแดงจากการขาดยาแบบนั้น จนถึงตอนนี้เขาเองก็ยังคงไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่
ไม่ใช่ว่าเฉินเฟิงไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ แต่ถ้าหากยอมแพ้ไปซะแบบนี้ หลี่จื่อเยว่อาจจะต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตแน่นอน ซึ่งนั่นทำให้เขาทนรับไม่ได้ พลางหันไปมองหลี่จื่อเยว่ที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ พลางพูดกับเธอ
“พวกเราคงต้องอยู่ที่นี่สักพักแล้วหล่ะ?”
“ทำไมหรอคะ?พวกเราจะไม