เฉินเฟิงมองเธอ พลางนึกย้อนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้หวังจะถามอะไรบางอย่าง แต่เมื่อไตร่ตรองแล้วหากถามเธอไปโดยตรงเธอคงจะไม่ยอมตอบแน่นอน
ดังนั้นเฉินเฟิงจึงตัดสินใจกล่าวขอโทษกับเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน: “เรื่องเมื่อกี้นี้ฉันต้องขอโทษด้วย แต่ฉันรีบร้อนอยากจะช่วยเธอเท่านั้นจริงๆ ”
หลี่จื่อเยว่รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำขอโทษจากเฉินเฟิง เธอแอบลอบมองไปยังตัวเฉินเฟิงก่อนจะเปล่งเสียงอันน้อยใจออกมา: “คุณไม่ได้รังแกหนูจริงๆ นะ?”
เฉินเฟิงตอบกลับอย่างทันควัน: “ถ้าหากเธอไม่เชื่อ จะให้ฉันสาบานก็ได้”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหลี่จื่อเยว่จึงรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว: “หนูเชื่อคุณก็สิ้นเรื่องแล้ว”
หลี่จื่อเยว่กลับไปเอนเข้ากับเบาะนั่งอีกครั้งหลังจากที่เมื่อสักครู่นี้เธอเด้งตัวขึ้นนั่งอย่างไม่ทันรู้ตัว ก่อนจะพูดต่อ: “แต่ว่าเมื่อกี้นี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ หนูหลับไปแล้วไม่ใช่งั้นหรอ ?”
เฉินเฟิงจ้องมองใบหน้าของเธอที่ดูเหมือนจะมึนงงไม่ต่างกันพร้อมกับกล่าวถาม: “เธอจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ หรอ?จำไม่ได้เลยหรอว่าเมื่อกี้เธอทำอะไรลงไป ?”
หลี่จื่อเยว่ส่ายหน้าพลางพูด: “ไม่มีความทรงจำเลย”
เฉินเฟิงครุ่นคิดอย่างจริงจัง ในเมื่อคนตอนนี้หลี่จื่อเยว่ไม่มีปัญญาที่พูดออกมา ถ้าอย่างนั้นคงต้องกลับไปยังสถานที่เมื่อวานนี้ เพราะมีเพียงที่นั่นเท่านั้นที่จะทำให้รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงได้
เฉินเฟิงกล่าวปลอบใจหลี่จื่อเยว่สอ