อเยว่” เฉินเฟิงตะโกนใส่เธอ: “อย่ามาเล่นตลก เรื่องนี้มันไม่ตลกเลยนะ”
แต่นั่นยิ่งทำให้เห็นว่าหลี่จื่อเยว่ไม่ได้ยินสิ่งที่เฉินเฟิงพูดเลย
เฉินเฟิงรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างมาก เขารีบเลี้ยวรถเข้าข้างทางทันที ก่อนจะเดินลงไปเปิดประตูหลังเพื่อดูอาการของหลี่จื่อเยว่ แต่ในตอนที่เขาเข้าไปดูก็เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่บนเบาะรถ ร่างกายเกิดอาการชักกระตุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีน้ำลายไหลออกมาจากมุมปากจนเปื้อนลงบนชุดกระโปรงสีแดงของเธอจนกลายเป็นจุดๆ
เมื่อเห็นอย่างนั้นเฉินเฟิงจึงเข้าใจได้เลยว่าหลี่จื่อเยว่ไม่ได้ล้อเล่นอีกแล้ว
เขาอุ้มเธอลงมาจากที่นั่งด้านหลังแล้ววางเธอลงบนพื้น โดยพยายามทำให้เธอหายใจอย่างสะดวกมากที่สุด พร้อมกับพยายามหยุดร่างกายที่กำลังชักกระตุกไม่หยุดของเธอ
เมื่อทำแบบนี้ร่างกายของเธอก็เริ่มหยุดกระตุก ผ่านไปสักพัก ร่างกายของหลี่จื่อเยว่ก็สงบลง การหายใจก็กลับมาราบรื่นมากขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเฟิงยังคงไม่ยอมปล่อยเธอ
เพียงไม่นานนักหลี่จื่อเยว่ก็เหมือนตื่นขึ้นมาจากฝันสักที เธอมองเห็นเฉินเฟิงที่กำลังอยู่ตรงหน้าของตัวเองอีกทั้งแขนทั้งสองข้างก็ถูกเขากดเอาไว้ จึงทำให้เธอคิดถึงเรื่องไม่ดีบางอย่างขึ้น ก่อนจะกรีดร้องออกมาเสียงดัง
“อ๊า!คุณจะทำอะไร” เมื่อพูดไปเธอก็พยายามที่จะหลุดจากการควบคุมของเฉินเฟิง
เฉินเฟิงมองดูเธอที่เหมือนว่าจะตื่นแล้วจริงๆ จึงค่อยๆ ปล่อยเธอ
“คุณทำอะไรกับหนู?” หลังจากที่เฉินเฟ