พี่เหมยคนนี้ จึงทำให้เธอเลือกที่จะอยู่ข้างหญิงสาวเพื่อต่อกรกับเฉินเฟิง
เฉินเฟิงกวาดสายตาไปมองยังเสื้อผ้าทั้งหมดในร้านก่อนจะพูดแนะนำ : “ก็แค่เงินไม่ใช่หรือไง ผมจะซื้อเสื้อผ้าในร้านของพวกคุณเลย คุณหยุดพูดได้ล่ะ ?”
พนักงานคนนั้นคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟิงจะพูดแบบนั้นออกมา แต่สิ่งที่ทำให้เธอคิดหนักกว่านั้นก็คือสิ่งที่เฉินเฟิงพูดเป็นความจริงหรือเปล่า ทั้งยังคิดอีกว่าหากถูกกว้านซื้อจนหมดจริงๆ อย่างนั้นเธอจะสามารถได้ค่าคอมมิชชั่นเท่าไหร่กัน
ทำให้ตอนนี้ในแววตาของเธอเต็มไปด้วยเงินจำนวนมาก
หญิงสาวเซ็กซี่คนนั้นหันไปตะคอกใส่เฉินเฟิงอีกครั้ง: “คนบ้า เป็นคนบ้าที่เกินจะเยียวยาจริงๆ”
เฉินเฟิงไม่อยากที่จะไปต่อล้อต่อเถียงกับเธอ เพราะเขาไม่ได้มีความสนใจอะไรพวกนี้
หลี่จื่อเยว่ที่เห็นว่าเรื่องกำลังวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่อยากให้ดึงดันกันแบบนี้ต่อไป เธอเลยเดินเข้าไปข้างๆ เฉินเฟิงแล้วพูดด้วยเสียงเบาๆ: “เอาเป็นว่าเราช่างมันเถอะ ยังไงซะพวกเราก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย”
เฉินเฟิงมองดูท่าทีตกใจกลัวของเธอก่อนพูดด้วยเสียงอ่อนๆ : “ตอนที่ออกมาเธอบอกว่าจะเชื่อฟังฉัน ทำไมตอนนี้ถึงได้เปลี่ยนใจแล้วล่ะ ?”
หลี่จื่อเยว่ส่ายหน้า แต่เธอแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้เป็นแบบนี้ต่อไป ทว่าเธอกลับลังเลจนไม่รู้จะพูดยังไง
เมื่อเห็นว่าหลี่จื่อเยว่ไม่พูดอะไรอีก เฉินเฟิงจึงหันกลับไปมองหญิงสาวเซ็กซี่คนนั้น พร้อมกับพูดย้ำอีกครั้ง: “ถ้าหากว่าคุณไม่กล