ึงกลับมาแสดงสีหน้าเย็นชาอีกครั้ง
และแล้วพระอาทิตย์ก็ใกล้เวลาจะตกดิน แต่ว่าบริเวณโดยรอบพวกเขากลับมีเพียงความว่างเปล่า เมื่อมองไปข้างหน้าก็ไม่เห็นหมู่บ้านเลยสักแห่ง ซึ่งยิ่งไม่ต้องพูดถึงตัวเมืองเลย
รถของพวกเขาถูกจอดลงบนพื้นที่โล่งข้างทาง หลี่จื่อเยว่ดึงตัวชิงจือวิ่งไปยังพื้นที่ที่มีร่มเงา ส่วนเฉินเฟิงที่เดินตามลงมาก็เหลียวหันไปมองอีกทาง
จนกระทั่งเริ่มรู้สึกผ่อนคลายเขาจึงเดินออกมาจากหลังก้อนหินใหญ่ก้อนนั้น โดยตอนนี้หลี่จื่อเยว่พวกเธอสองคนก็ยังไม่กลับมา ในขณะที่พื้นที่รอบๆ เต็มไปด้วยความเงียบสงัด บนท้องฟ้าอันไร้เขตสิ้นสุดถูกประดับด้วยหมู่ดาวระยิบระยับจนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ว่าง
เฉินเฟิงที่นั่งอยู่บนก้อนหินข้างทางกำลังนึกคิดว่าควรจะถามเรื่องเล่าขานของมหาปรมาจารย์กับชิงจือว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เพราะทางด้านชิงชิวอาจจะแค่เคยได้ยินคำบอกเล่าเท่านั้น แต่ชิงจือเป็นถึงมหาปรมาจารย์ก็น่าจะรู้เรื่องนี้แน่นอน
แต่เมื่อเห็นว่าหลี่จื่อเย่จูงมือชิงจือกลับมา เขาที่ได้เห็นใบหน้าไม่รับแขกของชิงจือนั้น เขาก็คิดได้ทันทีว่าไม่ควรจะไปลองดีด้วยน่าจะดีกว่า
“คืนนี้พักผ่อนที่นี่ไปก่อนแล้วกัน ต่อให้ตรงไปข้างหน้าก็ยังไม่มีเมืองอยู่ดี”
รอจนพวกเธอสองคนเดินเข้ามาใกล้ เฉินเฟิงจึงได้พูดขึ้น
สำหรับชิงจือไม่ได้มีความเห็นใดๆ แต่หลี่จื่อเยว่กลับพูดขึ้นด้วยความกลัว
“ในป่าแบบนี้หรอคะ?จะไม่เจออันตรายหรอคะ?”
เฉินเฟิงที่เห็น