หญิงสาวคนนั้นกลับเข้ามาจับเฉินเฟิงเอาไว้ก่อนจะตะโกนใส่หน้าเขา : “อย่าเพิ่งไป”
เฉินเฟิงใช้แรงเบาๆ ผลักหญิงสาวออกไปข้างทาง
ซึ่งเรื่องของพวกเขาทำให้เกิดจราจรติดขัด ทำให้มีรถหลายคันที่ตามหลังมาค่อยๆ แล่นมาจอด ส่วนหญิงสาวที่ถูกผลักออกไปอีกทางก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง
และในที่สุดชายหนุ่มคนนั้นก็ลุกขึ้นมาเสียที เขาจ้องมองเฉินเฟิงก่อนจะพูดใส่อารมณ์ทันที
“แกกล้าต่อยฉันงั้นหรอ แกรู้หรือเปล่าว่าฉันคือใคร ฉันจะบอกอะไรให้เลย แกตายแน่”
ต่อให้เขาจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ยังคงถอยหลังออกไปอยู่ห่างจากเฉินเฟิง ซึ่งคงเป็นเพราะเมื่อกี้นี้ที่ถูกเฉินเฟิงต่อยเลยทำให้เขาหวาดกลัว
เฉินเฟิงเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที พลางมองไปหาเขาพร้อมคำถาม
“แล้วผมจำเป็นต้องรู้ด้วยหรือเปล่าว่าคุณคือใคร?”
“หึ แกรู้หรือเปล่าว่านั่นมันรถอะไร?” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบคำถามของเขา แต่กลับถามเฉินเฟิงพร้อมกับชี้ไปยังรถแลมโบกีนีของตัวเอง
เฉินเฟิงส่ายหน้า: “ไม่รู้”
ชายคนนั้นถึงกับเปล่งเสียงเยาะเย้ยออกมา
“ไอ้บ้านนอก แกรู้หรือเปล่าว่าชุดสูทอาร์มานี่ของฉันมีราคาเท่าไร่?และนาฬิกาอันนี้ เมื่อกี้นี้ฉันว่าจะให้แกชดใช้เอาให้แกล้มละลายไปเลย”
จากนั้นกลุ่มคนที่อยู่ข้างทางก็เริ่มซุบซิบกัน ดูเหมือนว่าในกลุ่มพวกเขาจะมีคนรู้ว่าชายคนนี้คือทายาทเศรษฐี จึงมีคนเดินเข้าไปหวังจะสนทนาด้วย
ชายร่างอ้วนคนหนึ่งเดินเข้าไปพร้อมกับเรียกชายหนุ่มคนนั้นอย่างประจบสอพลอ
“คุณชายหล