่วยแน่นอน”
ถึงแม้จะไม่ได้คำตอบที่แน่นอน แต่ใบหน้าของเยว่เอ๋อกลับมีรอยยิ้มผุดขึ้นมา
จากนั้นเธอจึงพาพวกเขาสองคนกลับเข้าไปในวิลล่า ทว่าไม่ได้กลับไปยังห้องโถงที่พวกเขาอยู่เมื่อสักครู่นี้ แต่เป็นห้องนอนห้องหนึ่ง
เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปด้านในก็มีกลิ่นหอมสดชื่นตลบอบอวลอยู่ในห้อง ซึ่งกลิ่นนั้นเป็นกลิ่นหอมของหญิงสาว และที่นี่คงจะเป็นห้องของเด็กสาวแน่นอน
เฉินเฟิงไม่คิดว่าเด็กสาวจะพาพวกเขาสองคนมาที่นี่ ดังนั้นหลังจากที่ได้รู้เขาจึงไม่กล้าตวาดสายตาไปรอบๆ เพียงนั่งลงไปยังที่ที่เด็กสาวชี้ให้พวกเขานั่งเท่านั้น
ซึ่งหลังจากที่เฉินเฟิงนั่งลงไปถึงเพิ่งเห็นว่าภายในห้องมีแค่เก้าอี้ตัวเดียวเท่านั้น เขาอยากจะลุกขึ้นให้ชิงจือนั่ง ทว่าชิงจือกลับยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีที่ไม่อยากจะนั่ง
เฉินเฟิงจึงได้แต่ยอมรับแล้วนั่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะหันสายตาไปยังเยว่เอ๋อที่นั่งอยู่บนเตียงพร้อมคำถาม
“เอาล่ะ เธอเรียกพวกเราเพราะเรื่องอะไร?”
เยว่เอ๋อที่ดูเหมือนจะยังไม่ทันได้เตรียมตัว จึงทำให้เธอมีความลังเลก่อนจะพูดออกมา ทางด้านเฉินเฟิงที่ไม่ได้รีบร้อนจึงรอฟังอยู่อย่างนั้น
บนโต๊ะหนังสือที่อยู่ข้างกายของเฉินเฟิงมีหนังสือนิยายหลายเล่มวางอยู่ ซึ่งล้วนเป็นพวกวรรณกรรมคลาสสิคของยุโรปและอเมริกา พร้อมกับด้านข้างของมันมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่มีปากกาแนบเอาไว้ ซึ่งคงจะใช้จดบันทึกเวลาที่เด็กสาวอ่านหนังสือ
และเฉินเฟิงพอจะคาดเดาได้เลยว่าเด็ก