สาวน่าจะชื่นชอบในพวกศิลปะและวรรณกรรม
ซึ่งในตอนนั้นเองที่เยว่เอ๋อเอ่ยปากพูดขึ้นมา: “ที่จริงแล้วเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับคุณปู่ด้วย แต่ว่าหนูไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี”
“เธอควรจะบอกให้ละเอียดกว่านี้หน่อย ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือเธอยังไง” เฉินเฟิงบอก
เยว่เอ๋อที่ได้ยินแบบนั้นจึงตัดสินใจพูดออกมา: “หนูพบว่าคุณปู่กำลังทำเรื่องที่ไม่ดี แต่ว่าหนูไม่กล้าที่จะไปคุยกับเขา กลัวว่าจะถูกด่าแล้วเขาจะไม่ต้องการหนูอีก”
เฉินเฟิงรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวจะไม่รู้เรื่องที่ชายชรานั้นทำ หรือว่าเด็กสาวกำลังหลอกพวกเขาอยู่เหมือนกัน
ด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย เฉินเฟิงจึงพยายามสังเกตท่าทีของเด็กสาวอย่างระมัดระวัง
ในขณะที่เธอพูดออกมา สีหน้าของเธอดูเหมือนกำลังลังเล ราวกับว่ารู้สึกอับอายที่กำลังทรยศ
“แล้วทำไมเธอถึงได้พูดเรื่องแบบนี้ออกมา?” เฉินเฟิงคิดอยู่ในใจ
แต่แล้วเยว่เอ๋อก็อธิบายถถึงเรื่องที่คาใจของเขา
“หนูไม่รู้ว่าพวกคุณจะเชื่อหรือเปล่า แต่หนูรู้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกคุณมาคุยธุระกับคุณปู่ ดังนั้นเรื่องบางอย่างพวกคุณอย่าเชื่อจะดีกว่า”
เฉินเฟิงได้เพียงมองเด็กสาวอย่างใจเย็น เขาเข้าใจความหมายของเด็กสาว แต่กลับไม่รู้จะพูดให้ชัดเจนยังไง ทั้งยังไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือเธอยังไงอีกด้วย
“ขอบคุณสำหรับคำเตือนของเธอ พวกเรารู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เรื่องบางเรื่องสำหรับเธอแล้ว อืม ถ้าหากว่าไ